สงบเยือกเย็นลงอย่างรวดเร็วชิงฮวาจางสุ่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อหวนนึกถึงความคิดที่ประดุจพิษร้ายกัดกร่อนหัวใจ มันอดถามไม่ได้ “เม่ยเม่ย (น้องสาว) เคล็ดบุปผาฟ้าครามของข้าใช่ฝึกปรือถูกแนวทางหรือไม่?”ชิงฮวาเสวี่ยแปลกใจเล็กน้อย “เกอเกอไฉนมีความคิดแปลกๆ เช่นนี้เล่า?”“วันนี้ข้าพบคนผู้หนึ่งในกระดานหมากรุกสัตว์ร้ายแดนร้าง มันไม่เกรงกลัวบุปผาฟ้าครามแม้แต่น้อย ข้าจู่โจมบุปผาฟ้าครามออกไปสิบสองดอก แต่ละดอกล้วนโจมตีถูกร่างมันอย่างเต็มที่ แต่กลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับมันเลย”ชิงฮวาจางสุ่ยในดวงตาทอแววพรั่นพรึง“อา!” ชิงฮวาเสวี่ยตื่นตะลึงยิ่ง แต่เมื่อนางพบเห็นว่าดวงตาของชิงฮวาจางสุ่ยเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและหดหู่ท้อแท้ นางรีบสงบใจลง หลังจากขบคิดแวบหนึ่ง ค่ายเอ่ยปากอย่างเนิบนาบ “โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์มากมาย กระทั่งศาสตร์รัตติกาลต้องห้ามของตระกูลเยี่ย(ราตรี) ก็ไม่กล้ากล่าวว่าไร้เทียมทาน เกอเกอจ่าไม่ได้หรือว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อสองปีก่อน?”ชิงฮวาจางสุ่ยพอฟังค่าปลอบโยนสีหน้าก็ผ่อนคลายลงทันที“วิถีฝึกปรือศาสตร์บุปผาฟ้าครามของเรา แม้ขาดสามขั้นสุดท้าย แต่แน่นอนว่าไม่มีปัญหา” ชิงฮวาเสวี่ยปลอบโยนด้วยสุ้มเสียงมั่นอกมั่นใจชิงฮวาจางสุ่ยค่อยคลายใจจากความกังวล มันรู้สึกว่าเม่ยเม่ยของมันกล่าวไม่ผิด อดเย้ยหยันจิตใจอันอ่อนแอของตัวเองไม่ได้ พวกมันทั้งสองเป็นพี่น้องร่วมบิดา แต่ต่างมารดากัน อย่างไรก