จั่วม่อบอกการคาดเดาของอีเจิ้งต่อเหวยเสิ้งเหวยเสิ้งรับคำอย่างครุ่นคิด แล้วกล่าวว่า “ศิษย์น้องจดจำถ้ ากระบี่ที่สำนักได้หรือไม่?”“ย่อมจำได้แน่นอน” จั่วม่อผงกศีรษะ แต่ไม่กล้าเล่าถึงเรื่องที่มันลอบสำรวจสถานที่แห่งนั้นมาหลายครั้งแล้ว“ข้าถูกส่งไปที่นั่น” เหวยเสิ้งกล่าว “มีคนผู้หนึ่งเรียกว่าหลินเชียน คอยติดตามสืบเสาะเรื่องของเจ้าอยู่ตลอดเวลา คราวนี้พวกมันพบว่ากองทัพอสูรเข้ายึดภูเขาสุญตา และคิดว่าเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้า พวกมันเกลี้ยกล่อมท่านเจ้าสำนัก จนอนุญาตให้พวกมันเข้าไปในถ้ ากระบี่ ข้าต้องเป็นผู้นำทางให้แก่พวกมัน ต่อมา ในชั้นลึกที่สุดของถ้ ากระบี่ ข้าได้ค้นพบความลับที่ท่านปฐมาจารย์บรรพชนซ่อนไว้”ถ้อยคำของเหวยเสิ้งทำเอาจั่วม่อถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ รีบถามโดยด่วน “รอประเดี๋ยว ท่านบอกว่ามันเรียกว่าหลินเชียนใช่หรือไม่?”“ถูกต้อง ศิษย์น้องรู้จักมันด้วยหรือ?” เหวยเสิ้งอธิบายรูปโฉมของหลินเชียนจากนั้นกล่าวอย่างจริงจัง “ศิษย์น้องต้องระวังคนผู้นี้ ประวัติความเป็นมาของมันแฝงไว้ด้วยเบื้องหลังอันลึกล้ าและทรงอำนาจ ซิวเจ่อภายใต้อำนาจของมันล้วนเป็นชนชั้นยอดฝีมือ มันนำคนมาเพียงไม่กี่ร้อยคน แต่กระทั่งองครักษ์ธรรมดาของมัน ข้ายังไม่ใช่คู่มือด้วย”เหวยเสิ้งบรรยายเพียงไม่กี่คำ จั่วม่อก็ทราบชัดว่าหลินเชียนที่ศิษย์พี่กล่าวถึงจะต้องเป็นหลินเชียนคนเดียวกันกับที่มันเคยพบพานไม่ผิดแน่ มาย้อนนึกดูตอนนี้การที่มันพ