ผู้บ่มเพาะขุนนางยุทธ์คนหนึ่งต้องจบชีวิตลงในมือของซูเฉิน
แสงศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงเทพตัดมายาเพียงเส้นเดียว ก็กวาดล้างผู้บ่มเพาะวัยกลางคนผู้นั้นจนสิ้นซาก ทว่าซูเฉินเองก็รู้สึกอ่อนล้าอย่างรุนแรง พลังจิตส่วนใหญ่ถูกใช้ไปจนเกือบหมดสิ้น
“แม้แสงเทพตัดมายาจะทรงพลัง แต่ด้วยพลังจิตของข้าในตอนนี้ สามารถใช้ได้มากสุดแค่สองครั้ง พลังจิตก็แทบหมดเกลี้ยง! ถือเป็นไพ่ตายที่ไม่อาจใช้พร่ำเพรื่อได้เด็ดขาด!”
ซูเฉินคิดในใจเงียบ ๆ
ด้วยพลังในตอนนี้ เขาสามารถต่อกรกับผู้บ่มเพาะขุนนางยุทธ์ได้อย่างไม่เสียเปรียบ และหากใช้แสงเทพตัดมายาร่วมด้วย ก็ถึงขั้นสังหารได้ทันที
เขาเข้าใจพลังของตนเองมากขึ้นอย่างลึกซึ้ง!
ซูเฉินหยิบแหวนเก็บของจากศพผู้บ่มเพาะคนนั้น บดร่างจนเป็นผง แล้วหันมุ่งหน้าไปยังนิกายเทพศาสตรา
อีกไม่นาน ซากศพจะถูกสัตว์ร้ายในป่าตามกลิ่นเลือดมากินจนไม่เหลือร่องรอย
เป็นเรื่องน่าเสียดายยิ่งนัก…ที่ผู้บ่มเพาะขุนนางยุทธ์ผู้ทรงพลัง ต้องมาตายอย่างไร้ชื่อเสียงเช่นนี้
“ใคร?! ออกมาเดี๋ยวนี้!”
แววตาของซูเฉินสาดประกาย เขารู้สึกถึงพลังจิตที่ทรงพลังกำลังจับจ้องมายังตน ร่างกายเย็นเฉียบในทันทีจนต้องร้องออกมาอย่างแข็งกร้าว
เขาหันไปมองบริเวณกลางอากาศเบื้องหน้า
หวืบ!
อากาศพลันบิดเบี้ยว แรเงาเรือนร่างปรากฏขึ้นกลางอากาศ
หญิงสาวผู้หนึ่งในชุดกระโปรงยาวสีแดง รูปลักษณ์งดงาม ดวงหน้าหวานสะคราญ แววตาเปล่งประกายมีชีวิตชีวา ท่วงท่าเปี่ยมเสน่ห