รียกข้าว่าอาจารย์เช่นนี้…ไม่เกินไปหน่อยหรือ? ข้ายังไม่ได้ตกลงจะรับเจ้าเป็นศิษย์เลยนะ?”
ลั่วเสวี่ยนเลิกคิ้วเล็กน้อย มองซูเฉินด้วยสีหน้าประหลาดใจ
คำว่า “อาจารย์” จากปากของซูเฉิน ทำให้นางอดรู้สึกฉงนไม่ได้
“แค่ก ๆ… ข้าพูดผิดน่ะ ข้าหมายความว่าท่านดูใจดี เหมือนอาจารย์ของข้าไม่มีผิด หากท่านไม่รังเกียจ…รับข้าเป็นศิษย์เถิดนะ?”
ซูเฉินไอเบา ๆ แล้วยิ้มแหยอย่างไม่ละอาย
“เจ้าหนูนี่ ช่างตื๊อจริง! จะมาเป็นศิษย์ข้า ไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ! แต่ต้องยอมรับว่าเจ้าก็มีพรสวรรค์ไม่น้อย ขนาดเพียงแค่จ้าวยุทธ์ ยังสามารถสังหารขุนนางยุทธ์ได้ แถมยังใช้พลังจิตควบคุมกระบี่ได้อีก ไม่เลวจริง ๆ!”
แววตาของลั่วเสวี่ยนพลันสว่างขึ้น
ความจริงแล้ว…นางยังไม่เคยรับศิษย์มาก่อน แม้ในนิกายเทียนเต้าจะยโสโอหังเพียงใด แต่ก็อดรู้สึกว่างเปล่าภายในไม่ได้ คิดดูแล้ว…รับศิษย์สักคนก็ดีเหมือนกัน
“ผู้อาวุโส ข้าฝึกฝนด้วยตนเองมาโดยตลอด หากท่านมีการทดสอบ ข้าก็ยินดีไม่ขัดข้อง ขอเพียงท่านเมตตารับข้าเป็นศิษย์ ข้าจะไม่มีข้อกังขาใด ๆ เลย!”
ซูเฉินยิ้มกว้าง
เขารู้ดีว่า ลั่วเสวี่ยนในตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเขาคือใคร
และซูเฉินในวันนี้…แข็งแกร่งยิ่งกว่าเมื่อชาติก่อนนัก!
เขาตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะต้องทำให้ลั่วเสวี่ยนรับตนเป็นศิษย์ให้ได้ จึงพยายามข่มใจไว้ ไม่ให้แสดงความรู้สึกมากเกินไป
“เจ้าหนูนี่ เกือบทำข้าหลงประเด็นเสียแล้ว! บอกมาซิ…กระบวนท่าควบคุมกระบี่เจ้าฝึ