ใจเลยที่เจ้าผู้นี้มีกลิ่นอายอันน่ารังเกียจ! วัดมหาพุทธะ! วัดมหาพุทธะ! ที่แท้วัดมหาพุทธะยังไม่ล่มสลายอีก!”เสียงแผดร้องอย่างเกรี้ยวโกรธของผูเยาท่าเอาจั่วม่อสะดุ้งสุดตัว นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้เห็นผูเยาสูญเสียความสงบเยือกเย็นและพิโรธถึงขั้นนี้ ต้องสอบถามอย่างระมัดระวัง “เจ้ามีข้อบาดหมางกับพวกมันหรือ?”“เฮอะ!” ผูเยาแค่นเสียงอย่างเย็นชา จากนั้นค่อยๆ สงบใจลง แต่ในดวงตาสีเลือดหม่นมัวลงวูบหนึ่ง แต่เพียงแวบเดียวก็สาดประกายเจิดจ้า รังสีฆ่าฟันรอบกายมันสั่นกระเพื่อมเป็นระลอกจงหยูเห็นจั่วม่อยังไม่มีปฏิกิริยาใด จึงกล่าวสืบต่อ “ศิษย์พี่อีเจิ้งบอกว่า อาจจะรู้ว่าสถานที่นี้เป็นที่ใด”ประโยคนี้พอกล่าว จั่วม่อก็ถูกดึงความสนใจกลับมาทันที มันตื่นตะลึงอยู่บ้าง“อา เจ้าล่วงรู้จริงๆ? ที่นี่คือที่ใด?”ระหว่างนี้อีเจิ้งก่าลังเพ่งพิจารณาจั่วม่ออยู่ตลอดเวลา นี่นับเป็นครั้งแรก ที่มันได้เผชิญหน้ากับผู้น่าของกองก่าลังแปลกประหลาดนี้อย่างใกล้ชิด คนผู้นี้อายุน้อยกว่ามันอย่างเห็นได้ชัด เมื่อครั้งที่มันได้พบกับเหวยเสิ้งเป็นครั้งแรก มันก็เคยอัศจรรย์ใจกับความอ่อนเยาว์ของเหวยเสิ้งมาแล้ว แต่เมื่อเห็นจั่วม่อที่อายุเยาว์เสียยิ่งกว่าเหวยเสิ้งในใจมันมีเพียงประโยคเดียวไม่ใช่ยอดคนไม่อาจอาละวาดไปทั่วสารทิศ!อีเจิ้งสะทกสะท้อนในใจ แต่มันไม่กล้าประมาทอีกฝ่ายเพียงเพราะอายุเยาว์ พลังอ่านาจที่ผู้อื่นควบคุมอยู่ในมือ เพียงพอที่จะบดขยี้มันเป