่ตระกูลชิงฮวา” จั่วม่อมองชิงฮวาจางสุ่ยเหมือนมองคนปัญญาอ่อน เยาะหยันว่า “อาศัยคนอย่างเจ้าก็เรียกขานตัวเองว่าอัจฉริยะแล้ว? เจ้าไม่ละอายแก่ใจบ้างหรือไร? อย่าได้ขู่ขวัญผู้คนไปแล้ว โอ้ ยามนี้แน่นอนว่าเจ้าต้องอยากสังหารข้าเป็นแน่ ข้ารู้ดี ที่แท้คนอย่างเจ้ากระทั่งความอดกลั้นก็มีเพียงเล็กน้อยเท่านี้เอง เท่ากับความกว้างของทรวงอกเท่านั้น! อาศัยอะไรมาเทียบกับข้า!” กล่าวไปกล่าวมาสุ้มเสียงก็ดังขึ้นเรื่อยๆ “เจ้ามีคุณสมบัติใดมาประชันขันแข่งกับข้า? ตระกูลชิงฮวาของเจ้ามีใบหน้ามากกว่าผู้อื่นหรือ? เจ้าบุรุษที่รับประทานข้าวต้ม* หากเก่งกล้าสามารถก็ไสหัวไปท่าลายคุกเสียก่อนเถอะ หากไม่มีปัญญาท่าลายคุก ก็อย่าได้มารบกวนข้าแล้ว เกอยุ่งมาก เข้าใจหรือไม่?”(*แผลงเป็นคนไม่ได้ความ)ใบหน้าแดงก่าของชิงฮวาจางสุ่ยบัดเดี๋ยวเขียวคล้่า บัดเดี๋ยวขาวซีด สั่นเทิ้มไปทั้งร่างปัง!ชิงฮวาจางสุ่ยร่างพร่าเลือนวูบ แล้วพลันแตกระเบิด กลายเป็นกลุ่มแสง หายไปทันทีจั่วม่อสั่นศีรษะ ทอดถอนใจอย่างปลงอนิจจัง “ปราการทางจิตอ่อนแอยิ่งคุณภาพจิตใจอ่อนด้อยแท้ๆ!”กล่าวจบก็หันหน้ากลับมา มองหนานเยว่กับคังเจ๋อที่อ้าปากหวอ กล่าวว่า “โอ้มาต่อกันเถอะ”
“อ๊าอ๊าอ๊ากกก!”เสียงกรีดแหลมที่อัดแน่นไปด้วยโทสะดังลั่นมาจากในห้อง จีเฉิงชะงักฝีเท้ากึกแต่ยังฝืนเปิดประตูเข้าไป เพียะ เครื่องเรือนแก้วผลึกกระแทกใส่พื้นข้างเท้ามันเสียงดังสนั่น แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย(จ