ๆ ไม่หยุดปากจนกระทั่งรู้สึกคอแห้งขึ้นมา ค่อยหยุดลงในที่สุด ยกถุงสุราขึ้นดื่มดับกระหาย ก่อนจะเช็ดปากลวกๆ ถามเหวยเสิ้งด้วยใบหน้ากระดากอยู่บ้าง “ศิษย์พี่ ท่านเห็นว่าดีหรือไม่?”เหวยเสิ้งชี้หน้าจั่วม่อ หัวร่อเสียงดังพลางกล่าว “หวังให้คนเกียจคร้านเช่นเจ้าจริงจังสักหน่อย ก็เหมือนกับหวังให้สุกรปีนต้นไม้”ดูเหมือนว่ามันยังลงแรงไม่แข็งขันพอ!เห็นเช่นนี้ จั่วม่อยกสุรากรอกปากอีกคำโต ทั้งดับกระหายและย้อมใจไปพร้อมกัน ตระเตรียมเริ่มเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง“ได้!”เสียงแจ่มใสผ่านเข้าไปในหูจั่วม่อ จั่วม่อผู้กำลังย้อมใจ ตระเตรียมถ้อยคำจะเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง ยังไม่ทันได้เตรียมใจ สุราที่เพิ่งกรอกเข้าไปแทบฉีดพ่นออกมา“ว่ากระไร?”สำลักสุราอยู่ครู่ใหญ่ ดวงตาเหลือกลานดุจปลาใกล้ตายของจั่วม่อค่อยหันไปมองเหวยเสิ้งเหวยเสิ้งยื่นถุงสุรามาตรงหน้าจั่วม่อ รอยยิ้มสราญรมย์กระจ่างจ้า ไร้ข้อผูกมัด“ได้!”จั่วม่อพอตั้งสติได้ ต้องลิงโลดยินดีแทบคลุ้มคลั่ง ยื่นถุงสุราไปเบื้องหน้าเช่นกันถุงสุราสองถุงกระแทกชนกันหนักๆ หนหนึ่ง เสียงหัวร่อสุขสำราญดังกังวานไปทั้งใกล้ไกล ทำเอาชาวค่ายทั้งหมดอดแย้มยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ค่ าคืนนั้น จั่วม่อฝันว่าศิษย์พี่เป็นยักษ์สุดแกร่งกร้าว เข่นฆ่าปราบพิชิตรอบทิศทางตรงไปข้างหน้า โดยไม่มีผู้ใดต้านติด ส่วนมันติดตามอยู่ด้านหลัง คอยนับจิงสือมากมายด้วยรอยยิ้มโง่งม จิงสือมากมายมหาศาล มากเสียจนมันนับไม่หมด