ยืนอยู่ท่ามกลางค่ายกลกระบี่ห้าธาตุ จั่วม่อเหงื่อไหลท่วมแผ่นหลังเปลวเพลิงเสมือนน้ าอันโปร่งใสเป็นประกาย ลุกโชนอย่างเงียบงันกลางอากาศเหนือค่ายกล ทางหนึ่งเป็นน้ าแข็งเย็นเยียบ อีกทางหนึ่งเป็นความร้อนสุดขั้ว สองสภาวะที่แตกต่างคนละสุดปลายสร้างเป็นสมดุลอันละเอียดอ่อน หลายคนเพิ่งเคยเห็นเจตจำนงกระบี่เพลิงธาราของจั่วม่อเป็นครั้งแรก พวกมันมีสีหน้าอยากรู้อยากเห็นไม่น้อยในความประทับใจของพวกมัน จั่วม่อยามต่อสู้ประจัญบาน ประหนึ่งสัตว์ร้ายแดนร้างโบราณจอมอหังการตัวหนึ่ง โดยเฉพาะการโจมตีด้วยเรี่ยวแรงอันดุดันสะท้านขวัญวิญญาณผู้คน พวกมันทราบว่าจั่วม่อเคยเป็นเซียนกระบี่ แต่แทบไม่เคยเห็นจั่วม่อใช้กระบี่บินมาก่อนจั่วม่อไม่ได้ใช้กระบี่บินมาเป็นเวลานานแล้วจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากฝึกปรือสังขารปิศาจมหาทิวา การแปลงร่างทั้งหกของสังขารปิศาจมหาทิวาร้ายกาจถึงที่สุด ไม่ว่าพลังหรือความเร็ว ล้วนแข็งแกร่งสุดเปรียบปาน ส่วนอีกหนึ่งเหตุผลที่สำคัญยิ่ง นั่นคือเจตจำนงกระบี่ของมันไม่มีความก้าวหน้ามากนัก มันก็ไม่ทราบเพราะเหตุใด หากฝึกปรือทักษะปิศาจหรือศาสตร์อสูร หนึ่งวันสามารถก้าวหน้ามากกว่าพันลี้ แต่เมื่อฝึกปรือเพลงกระบี่ เพียงดีกว่าซิวเจ่อทั่วไปอยู่บ้างเท่านั้น มันค่อยๆ พบว่าเพลงกระบี่เพลิงธาราไม่สามารถตอบสนองความพอใจของมันได้อีกต่อไปสุดท้ายมันยกค่ายกลกระบี่ห้าธาตุให้แก่ค่ายจูเชวี่ย เพื่อใช้ในการฝึกปรือเจตจำนงกระบี่