คาดไม่ถึงของพวกมัน ความสุขสงบอันยาวนานนับพันปี ส่งผลให้เหล่าซิวเจ่อระดับสูงของบรรดาสำนักใหญ่เกิดอาการเฉื่อยชาจนเกือบเป็นอัมพาต ดังนั้นในการต่อสู้โรมรันรอบนี้ เหล่าซิวเจ่อไม่ทันตอบโต้ มีปฏิกิริยาล่าช้าไปมาก ต้องประสบความปราชัยอย่างต่อเนื่องหลังจากนี้สงครามจะเข้าสู่ระยะคุมเชิง ตรึงกันและกันไว้โดยไม่ยอมอ่อนข้อ นี่เป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายและน่าเศร้า มู่ซีย่อมไม่กล้าดูแคลนซิวเจ่อ มองจากภายนอกทัพอสูรกวาดพิชิตไปโดยไร้ผู้ต้าน แต่นางทราบดีว่าคู่ต่อสู้ที่พวกนางพบพานมาจนถึงยามนี้ เป็นเพียงสำนักรอบนอกของซิวเจ่อเท่านั้น นางพลันหวนนึกถึงบุรุษหนุ่มที่เรียกว่าหลินเชียนกับซิวเจ่อยอดฝีมือภายใต้การควบคุมของมันหลินเชียนผู้นั้นกอรปด้วยท่วงท่าสภาวะเยี่ยงแม่ทัพบัญชาการศึก ทั้งยังสามารถระบุความเป็นมาของนางได้ในประโยคเดียว สิ่งที่ทำให้นางตื่นตะลึงมากที่สุด คือการที่มันเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกที่มีความสามารถทัดเทียมกับนางฝ่ายซิวเจ่อยังมีแม่ทัพบัญชาการศึกเช่นหลินเชียนอีกมากมายเท่าใด?นางไม่อาจทราบได้บรรดาระดับสูงในภพอสูร ย่อมไม่มีใครคิดว่าพวกมันสามารถเอาชัยได้อย่างง่ายดาย ควรทราบซิวเจ่อเป็นฝ่ายได้ชัยในมหาสงครามพันปี ครอบครองทรัพยากรมากมายสุดประมาณ ผนวกกับการพัฒนาต่อเนื่องหลายพันปี ความลึกล้ าที่แท้จริงของซิวเจ่อสิ้นสุดที่ใด ไม่มีผู้ใดทราบดังนั้นก่อนเปิดฉากสงคราม ทุกผู้คนเตรียมการสำหรับการต่อสู้อย่างหนัก แต่กลับประ