ิน ล้วนแล้วแต่ไม่รวบรัดธรรมดา นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้มันคารวะทักทายในฐานะผู้เยาว์ แม้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ดูสูงวัยกว่ามันเลยก็ตามเหวยเสิ้งลืมตามอง สภาวะบริสุทธิ์แต่ไม่ยั่งยืนรอบกายพลันหายไป ราวกับถูกพัดพาไปตามสายลม ดวงตาของมันกลับคืนสู่ความสุขสงบอีกครั้ง ประดุจกระบี่คมกล้าถูกเก็บเข้าฝัก ไม่เปิดเผยความแหลมคมให้ผู้อื่นพบเห็นแต่หลังจากเป็นประจักษ์พยานในฉากสะท้านขวัญวิญญาณด้วยสายตาตัวเอง อีเจิ้งก็ไม่กล้าไม่ระมัดระวัง เกรงกว่าจะล่วงเกินอีกฝ่าย ที่สำคัญไปกว่านั้น มันเหลือบมองเศษซากของสัตว์ร้ายวิญญาณภูตที่ถูกสับเป็นหลายชิ้น หัวใจถึงกับตึงแน่นเขม็งเกลียวไปหมด“ข้าเรียกว่าเหวยเสิ้ง จากสำนักกระบี่สุญตา” เหวยเสิ้งแย้มยิ้ม สีหน้าท่าทีอบอุ่นอ่อนโยนและสงบมั่นคง“ได้ยินนามอันยิ่งใหญ่มานาน นับถือนับถือ!” อีเจิ้งรีบกล่าวเหวยเสิ้งหัวร่อฮาฮา “สำนักข้าเป็นเพียงสำนักเล็กๆ เจ้าต้องไม่เคยได้ยินมาก่อนแน่”อีเจิ้งพลันอับอายอยู่บ้าง แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด แม้ว่าเหวยเสิ้งผู้นี้จะดูอบอุ่นเป็นกันเอง แต่มันยังคงรู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น เป็นเหตุให้มันแตกตื่นลนลานจนแสดงการกระทำและกล่าววาจาแตกต่างออกไปจากที่เคยอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว“เจ้าเรียกข้าว่าเหวยเสิ้งเถอะ” เหวยเสิ้งโบกมือ “ไม่ต้องผู้อาวุโสอันใด ข้ายังไม่อยากชราเร็วนัก”อีเจิ้งแม้อับอายแต่ก็ล่วงรู้สถานการณ์ ในใจบังเกิดความคิดอันดีงาม “พี่ใหญ่เหวย!”เหวยเสิ้งแย้มยิ้ม