หนี ไม่มีที่ให้หลบซ่อนตาข่ายมหึมารัดตึง ม้วนพันรอบกายมันอย่างแนบแน่น มันรู้สึกหายใจไม่ออกลมหายใจติดขัดอัดแน่นอยู่ทั่วร่าง มันราวกับมัจฉาติดอยู่ในตาข่าย ยิ่งดิ้นรนขัดขืนมากเท่าใด ก็ยิ่งถูกรัดแน่นมากเท่านั้นเพราะเหตุใด?ไฉนเป็นเช่นนี้?ข้าเพียงแค่ปรารถนาจะฝึกปรือกระบี่เท่านั้น… …โทสะอันรุนแรงพลันระเบิดออกมาจากก้นบึงของหัวใจ มันประหนึ่งสัตว์ร้ายติดตาข่าย ดิ้นรนต่อต้านไม่คิดชีวิตเพราะเหตุใด … … เพราะเหตุใด … …เหมือนตะโกนโดยไร้เสียง ราวกับค้ารามด้วยโทสะเพราะเหตุใด … … เพราะเหตุใด … …มันตะโกนด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แผดเสียงคร่้าครวญอย่างเศร้าโศกในห้วงแห่งความมึนงง มันฝันถึงผืนฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ในม่านฟ้ารัตติกาลอันมืดมน เห็นดวงดาวเกลื่อนกล่นมากมายสุดคณานับ สายลมแผ่วเบาพัดผ่านพื้นที่รกร้างเปล่าเปลี่ยว ต้นหญ้าหางนกกระจอกสีน้าเงินจางๆ โบกสะบัดอยู่ในสายลมอย่างร่าเริงเด็กน้อยเจ็ดแปดขวบผู้หนึ่งนอนหงายอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้า ยกศีรษะขึ้น มองไปยังล้าแสงที่ลากผ่านท้องนภา เสียงสดใสไร้เดียงสาของเด็กเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจอย่างลึกล้า “งดงามยิ่ง!”เด็กน้อยเผ่นผลุงขึ้นจากพื้นหญ้า สายลมปัดผ่านใบหน้า เผยให้เห็นดวงตาเป็นประกายเร่าร้อนหนึ่งเมล็ดพันธุ์ ฝังลงในหัวใจเด็กน้อยอย่างเงียบเชียบความฝันเสมือนจริงนัก ราวกับว่าแค่เอื้อมมือออกไปก็สามารถสัมผัสได้ ทว่าแท้ที่จริงอยู่ห่างไกลดุจเงาจันทร์ในบ่อน้า แต่ในช่วงเ