วลานี้ เหวยเสิ้งยืนนิ่งงันดุจรูปปั้นดินเหนียว จ้องมองเด็กน้อยอย่างซึมเซาทันใดนั้น บางสิ่งคล้ายแตกปะทุในหัวใจมัน บางอย่างผุดขึ้นมาความทรงจ้าวัยเด็กอันเลือนรางห่างไกล ทันใดนั้นผุดขึ้นในใจมัน บางเหตุผลที่ถูกลืมเลือนไป ความคิดอันเรียบง่ายเหล่านั้น พวกมันประดุจเมล็ดหญ้าหางนกกระจอกสีน้าเงินแตกออกมาจากเปลือกแข็ง งอกเงยแล้วเติบโตใช่แล้ว ความฝันของข้าคือการฝึกปรือกระบี่ความฝันอันบริสุทธิ์ การแสวงหาอันบริสุทธิ์ ความปรารถนาของเด็กน้อยผู้หนึ่งภายใต้ทะเลดาวความผ่อนคลายสบายอารมณ์อันแปลกประหลาดแล่นเข้าสู่จิตใจมัน ความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกหายไปโดยไร้ร่องรอย เหวยเสิ้งเฝ้าดูเด็กน้อยภายใต้ดวงดาวอย่างเคลิบเคลิ้มงมงาย รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า ความอบอุ่นตื้นตันอัดแน่นอยู่ในทรวงอกใช่แล้ว ทั้งหมดล้วนมาจากความหลงใหลนี้เรื่องราวทางโลกอันซับซ้อนที่ท้าให้มันรู้สึกอับจนปัญญา ดูเหมือนเล็กกะจ้อยร่อยดุจนฝุ่นธุลี ไม่มีคุณค่าความหมายใดเหวยเสิ้งลืมตาขึ้น ดวงตาใสกระจ่าง ปราศจากธุลีแปดเปื้อนพลังปราณพลันถาโถมออกมาจากเส้นชีพจรปราณอันแห้งผากของมัน ราวกับน้าผุดพรั่งพรูขึ้นจากบ่อน้าพุ เมื่อพลังปราณใหม่นี้ไหลผ่าน เส้นชีพจรปราณส่วนที่บาดเจ็บปริแตก ประหนึ่งต้นไม้เหี่ยวเฉาต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ เต็มไปด้วยชีวิตชีวาอย่างฉับพลันพลังปราณโคจรหมุนเวียนอย่างไร้ที่สิ้นสุด ภายในช่วงเวลาสั้นๆ พลังปราณของมันก็บรรลุสู่สภาพที่ดีที่สุด อย่