างไรก็ตาม พลังปราณยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้งลง ยังคงโคจรหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เติมเต็มทุกพื้นที่ของเส้นชีพจรปราณที่ว่างเปล่าเมื่อทุกเส้นชีพจรปราณของเหวยเสิ้งเต็มไปด้วยพลังปราณ พลังปราณขุมใหม่นี้ก็เริ่มมุ่งหน้าสู่ตันเถียนของมันเหวยเสิ้งไม่ได้หยุดยั้งพลังปราณเหล่านั้น มันไม่ท้าอะไรทั้งสิ้น แต่ภายในม่านหมอก ดวงตาของมันยิ่งมายิ่งกระจ่างเจิดจ้า เต็มไปด้วยความปิติยินดี ปิติยินดีจากส่วนลึกของหัวใจกระบี่ด้าในมือ ปรากฏชั้นแสงจางๆ ปกคลุมหมอกภูตรอบกายคล้ายถูกพลังอันแกร่งกร้าวสุดขั้วขุมหนึ่งกระแทกห่างออกไปห่างจากร่างกายเหวยเสิ้งช่วงหนึ่ง ก่อนจะสลายหายไปในชั่วพริบตาอีเจิ้งอ้าปากค้าง เหม่อมองทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้า หลงลืมกระทั่งจะท่องสวดพระสูตรต่อไปแกรกสัตว์ร้ายวิญญาณภูตร่างแยกกระจายออกเป็นหลายสิบชิ้นโดยไม่มีเค้าลางล่วงหน้า ทยอยร่วงลงบนพื้นอย่างไร้ค่า รอยตัดราบเรียบสุดเปรียบปาน กระทั่งก้ามคู่มหึมาที่ยากจะท้าลายได้ ยังถูกฟันขาดเป็นหลายท่อนเงากระบี่เล่มหนึ่งปรากฏขึ้นด้านหลังเหวยเสิ้งเงากระบี่จากเลือนรางกลายเป็นชัดเจนขึ้นทุกขณะ ขยายใหญ่ขึ้นไม่หยุดยั้งภายในช่วงไม่กี่สิบอึดใจสั้นๆ เงากระบี่ขยายพรวดพราดเป็นหลายสิบจั้งปลายกระบี่จี้ตรงไปยังท้องฟ้า ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง แทงฝ่าหมอกภูตทะลุขึ้นไป ราวกับจะทะลวงฟ้าสวรรค์ใต้เงากระบี่ใหญ่โตมโหฬารสูงเสียดฟ้า เหวยเสิ้งยืนตระหง่านอย่างองอาจสายฟ้ากวาด