“เจ้าจะไปชมดูกระดานหมากรุกสัตว์ร้ายแดนร้างหรือไม่?” ศิษย์ผู้หนึ่งถามสหายร่วมชั้นเรียนอย่างกระตือรือร้นศิษย์อีกผู้หนึ่งรีบเข้าเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว “แน่นอน ข้าจะพลาดได้อย่างไร? สิ่งนั้นทรงพลังโดยแท้! ว่ากันว่าเป็นอสูรหนุ่มที่เยาว์วัยยิ่ง ข้าละสงสัยว่าสัตว์ประหลาดตนนี้มาจากตำหนักศาสตร์อสูรใด?”“นั่นเป็นอสูรเหนืออสูรผู้หนึ่งทีเดียวนะ พี่น้อง!” ศิษย์คนแรกเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก“ไยมิใช่? เดินทีข้าหลงคิดว่าอัจฉริยะทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของสมาพันธ์อัจฉริยะ นึกไม่ถึงว่าจะมีคนนอกอยู่ด้วย” ศิษย์อีกคนรู้สึกยากจะเชื่ออยู่บ้าง“ฮ่า ข้าเห็นเด็กหน้าขาวเหล่านั้นเป็นที่ขัดตามานานแล้ว พวกมันอาศัยความแข็งแกร่งล่อลวงสตรีดีงามไปจนหมด ทำให้เราไม่เหลือข้าวต้มแม้แต่ชามเดียว ในที่สุดวีรบุรุษก็รับบัญชาสวรรค์มาสั่งสอนพวกมันเสียที วีรบุรุษ! ท่านวีรบุรุษจะทุบตีพวกมันเหยียบย่ าความยโสโอหังของพวกมัน ช่วยเหลือพวกเราทั้งหมด!” ศิษย์คนแรกกางสองแขนออกกว้าง ตะโกนอย่างฮึกเหิมทันใดนั้นเอง ปรากฏเสียงแค่นอย่างเย็นชามาจากทางด้านข้าง “เพ้อเจ้อเหลวไหล!”ศิษย์คนแรกบันดาลโทสะ สะบัดหน้าไปตามเสียงในบัดดล แต่พอเห็นผู้มาได้ชัดตา พลันสะดุ้งขึ้นสุดตัว รีบดึงศิษย์อีกคนหลบหน้าไปทันทีมู่อู๋ซางมองตามสองร่างที่หลบหนีไปอย่างหยามเหยียด แต่อารมณ์ของมันกลายเป็นขุ่นมัวขึ้นมา ฝีเท้าเร่งเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่นานนักมันก็เดินเข้าไปในห้องเรียนแต่ท