ันทีที่ก้าวเข้าไปในห้อง เสียงสนทนาอึกทึกอื้ออึงก็พัดผ่านใบหน้า ต้องขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว(มู่ – ตระกูลไม้ อู๋ซาง – ไม่บาดเจ็บ, มิโศกศัลย์)ล้วนเป็นเรื่องศึกทลายคุกและกระดานหมากรุกสัตว์ร้ายแดนร้าง ลอยเข้าหูอย่างต่อเนื่อง อารมณ์ของมันยิ่งย่ าแย่ลงไปอีก มันยังสังเกตเห็นศิษย์ร่วมชั้นบางคนลอบมองมัน จากนั้นจงใจเพิ่มระดับเสียงสนทนาให้ดังขึ้น พลางยักคิ้วหลิ่วตาให้แก่กันมู่อู๋ซางกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว แค่นเสียงอย่างเย็นชา สะบัดหน้าออกจากห้องเรียนไป“ชิ สมาพันธ์อัจฉริยะอันใด? คนผู้นั้นจึงเรียกว่าอัจฉริยะที่แท้จริง… …”“ใช่ใช่… …”เสียงที่ติดตามมาเบื้องหลังทะลวงเข้าไปในสองหูของมันอย่างชัดเจน มู่อู๋ซางหน้าเขียวคล้ าด้วยอารมณ์อึดอัดขัดข้องไม่มีที่ระบาย มู่อู๋ซางเหินทะยานขึ้นไปบนยอดเขากลางทิวา เวลานี้เป็นเวลาเรียน บนยอดเขากลางทิวาไม่มีผู้คนมากนัก ยืนอยู่บนยอดเขากลางทิวาสูงหกพันฉื่อ ทอดตามองไปในระยะไกล อารมณ์อึดอัดขัดข้องของมู่อู๋ซางค่อยบรรเทาเบาบางลงไม่น้อย“ฮ่าฮ่า นึกแล้วว่าเจ้าต้องอยู่ที่นี่” เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังไม่ต้องหันไปมอง มู่อู๋ซางก็ทราบว่าผู้มาเป็นใคร จินหลิง สหายรักตั้งแต่วัยเยาว์ของมัน พวกมันทั้งสองล้วนมาจากตระกูลใหญ่ ใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก ทั้งคู่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก อาจถือได้ว่าเป็นคู่รักวัยเยาว์ที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกทว่าทั้งคู่กลับพัฒนาความสัมพันธ์แบบสหายรู้ใจ คล้า