งราวใด อดกล่าวอย่างยิ้มแย้มไม่ได้ “เป็นไร? เจ้าจะไม่เชิญพวกเราเข้าไปนั่งสนทนาเสียหน่อยหรือ?”“โอ้โอ้โอ้!” หนานเยว่ในที่สุดค่อยมีปฏิกิริยา ดูคล้ายเพิ่งสะดุ้งตื่นจากความฝันนางรีบหลบออกจากประตู ร้องบอกอย่างลนลาน “เชิญเข้า เชิญเข้า ทุกท่านกรุณาเข้ามาเถอะ!”ทั้งหมดยกขบวนเข้าไปประมุขตำหนักกวาดตามองรอบห้องที่แทบจะเกลี้ยงเกลา มีเพียงผนังสี่ด้านของหนานเยว่ ต้องกล่าวด้วยรอยยิ้มน้อยๆ “ศิษย์หนานเยว่ช่างเรียบง่ายสมถะโดยแท้!สมกับเป็นแบบอย่างของศิษย์อื่นในตำหนักเรา ศิษย์อื่นๆ ของเราสมควรเรียนรู้จากแนวทางการใช้ชีวิตอันเปี่ยมคุณค่าความหมายนี้”หนานเยว่เหงื่อตก นางไม่ได้สมถะ นางแค่จน! แต่ในเวลานี้นางไม่รู้จะตอบสนองอย่างไรดี ได้แต่เออๆ ออๆ คล้อยตามไปด้วย“อย่างไรก็ตาม” ประมุขตำหนักหันกลับมาจ้องมองนาง น้ าเสียงเปลี่ยนไปทันทีกล่าวอย่างเร่าร้อนฮึกเหิม “ในฐานะหัวหน้าศิษย์อาวุโสของตำหนักศาสตร์อสูรดอกบัวม่วง ศิษย์หนานเยว่จะต้องแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่และหนักหน่วงขึ้น! ที่นี่อยู่ไกลเกินไป ไม่ค่อยสะดวกนัก อ้อ ที่สวนดอกบัวม่วงของตำหนักเรามีหอวิญญาณกระจ่างที่ยังว่างอยู่ ศิษย์หนานเยว่หากย้ายเข้าไปพำนักที่นั่น จะสะดวกกว่ามาก”ฉีเหล่าซือสายตาทอแววนับถือเลื่อมใส หอวิญญาณกระจ่างเป็นที่พำนักระดับสูงสุดของตำหนักศาสตร์อสูรดอกบัวม่วง มีทั้งสิ้นเพียงสามหอเท่านั้น ประมุขตำหนักถึงกับมอบให้แก่หนานเยว่หนึ่งหอ ส่วนที่มีค่าสูงสุดของห