เหวยเสิ้งก้าวเดินไปอย่างยากลำบาก แต่ละก้าวๆ ต้องใช้พลังใจอย่างใหญ่หลวงเสื้อผ้าอาภรณ์ของมันขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี เต็มไปด้วยฝุ่นละอองสิ่งสกปรก คนคล้ายเปราะบางยิ่ง มีเพียงดวงตาดำขลับคู่นั้นที่ทอประกายคมกล้า คล้ายจะทะลวงผ่านหมอกภูตอันหนาหนักออกไปได้ทุกเมื่อการเดินทางครั้งนี้ อันตรายยิ่งกว่าครั้งที่บุกฝ่าถ้ ากระบี่นับร้อยเท่าพันทวีสัตว์ร้ายวิญญาณที่มีร่างกายเหล่านั้น ทั้งดุร้ายและกลอกกลิ้ง พวกมันคล้ายเป็นหนึ่งเดียวกับหมอกภูต ย่องเงียบเข้าประชิดตัว ฉวยโอกาสลอบโจมตีอย่างแยบคายยากจะระวังป้องกันเป็นที่สุด พวกมันยังเชี่ยวชาญวิชาลวงตามากมายไร้ที่สิ้นสุดสามารถล่อลวงและเคี่ยวกรำจิตใจผู้คน หากมิใช่ว่าเหวยเสิ้งจิตใจเข้มแข็ง พลังฝีมือรุดหน้า มันคงทอดร่างเป็นซากศพแต่แรกแล้ว พวกมันมาเหมือนสายลม รวดเร็วดุจสายฟ้า จู่โจมอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต หากเผลอประมาทสักเล็กน้อย จะตกอยู่ในสถานการณ์คับขันถึงชีวิตทันทีเหตุการณ์ครั้งที่อันตรายที่สุด เหวยเสิ้งเผชิญหน้าสัตว์ร้ายวิญญาณภูตสามตนพร้อมกัน สิ่งที่ทำให้มันตื่นตะลึง คือสัตว์ร้ายวิญญาณภูตทั้งสามตนกลับรู้จักร่วมมือประสานงานในหมู่พวกมัน ในการต่อสู้ครั้งนั้น มันรับบาดเจ็บสิบกว่าแห่ง บาดแผลที่ร้ายแรงที่สุดคือบาดแผลตรงชายโครง ที่ลึกจนมองเห็นกระดูกซี่โครงหากมิใช่ว่ามันมีโอสถปราณเยียวยารักษาบาดเจ็บอยู่ในแหวนมิติ ลำพังบาดแผลเหล่านี้ ก็เพียงพอที่จะคร่าชีวิตมันไปอย่างไรก็ตาม