่งใดกันแน่? ผู้ใดสามารถบอกข้าได้บ้าง?”“บ้าเกินไปแล้ว! บ้าเกินไปแล้ว!”“เป็นไปไม่ได้ นี่เป็นไปไม่ได้! นี่คือศาสตร์อสูรธาตุนำของเชียนหลิวต้าเหริน!ศาสตร์อสูรธาตุนำ… …ของเชียนหลิวต้าเหริน… …” บุรุษเผ่าอสูรผู้หนึ่งโคลงศีรษะไปมา รำพึงรำพันพลางจ้องมองสนามประสองอย่างงุนงงเหลิ่งเยวี่ยกับชางเจิ งเหม่อมองสนามประลองดุจคนสูญเสียวิญญาณ เรี่ยวแรงกำลังของพวกมันคล้ายถูกสูบออกไปทั งหมด ไม่หลงเหลือกระทั่งเรี่ยวแรงจะกล่าววาจาเมื่อเทียบกับความไม่อยากจะเชื่อและแตกตื่นตระหนกของอสูรบุรุษ เหล่าอสูรสาวกลับตื่นเต้นเร้าใจอย่างบอกไม่ถูก“โอ้ หล่อเหลากระไรปานนั น! ผู้ใดทราบบ้างว่าบุรุษผู้นี เป็นใคร? ข้าจะไม่ปล่อยให้มันหลุดมือไปได้ อา หล่อเหลากระไรปานนี น่าลุ่มหลงยิ่งนัก!” อสูรสาวโฉมงามนางหนึ่งกล่าวด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ“งดงามเหลือเกิน มันจะต้องเป็นอสูรที่มีอารมณ์สุนทรีย์นัก!” สตรีอสูรอีกนางหนึ่งดวงตาลุ่มหลงงมงาย ใบหน้าเคลิ มฝันหนานเยว่ที่กำลังตื่นเต้นยินดี พอฟังถ้อยคำประดานี ถึงกับแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ นางสะท้านขึ นทั งร่าง ขนลุกชี ชันทั่วร่าง จากนั นนางอดคิดไม่ได้ หากต้าเหรินได้ยินเข้า ไม่ทราบจะทำสีหน้าเยี่ยงไรความคิดเหลวไหลนี วาบผ่านในใจนาง ก่อนจะหายไปทันที นางพยายามระงับสติอารมณ์ แล้วเริ่มหวนนึกทบทวนศาสตร์อสูรน้อยที่ต้าเหรินเพิ่งจะร่ายออกมา นางนับว่าคุ้นเคยกับศาสตร์อสูรน้อยเป็นอย่างยิ่ง ขอเพียงแค่ได้เห็น ก็สามาร