รเหล่านี้”วาจาของจั่วม่อทำให้หนานเยว่ประหลาดใจ อดถามไม่ได้ว่า “ไฉนไม่ให้ลอกเลียน? ศาสตร์อสูรเหล่านี้ใช่ไม่ดีหรือไม่?”ลำแสงสามสายดีดซัดออกจากมือจั่วม่อ ประหนึ่งปราณกระบี่คมกล้าสามเล่ม จู่โจมเข้าไปในกลุ่มเมฆสายฟ้าก้อนโตเท่าภูเขา ภายในชั่วพริบตา กลุ่มเมฆสายฟ้าคะนองก้องที่อัดแน่นไปด้วยสายฟ้ามหาประลัย พลันแตกระเบิดดุจฟองอากาศ สลายหายไปกับตา หนานเยว่ชมดูจนลูกตาแทบถลนออกจากเบ้า“ศาสตร์อสูรแปรเปลี่ยนไม่สิ้นสุด หลากหลายมากมายเหลือคณานับ เพียงศาสตร์อสูรน้อยขั้นพื้นฐานที่สุดก็มีมากถึงห้าร้อยวิชาแล้ว นี่เป็นวิถีฝึกปรือพิเศษเฉพาะที่ไม่เหมือนผู้ใดในบรรดาวีถีฝึกปรือทั้งมวล ทราบหรือไม่ว่าปัจจุบันมีจำนวนศาสตร์อสูรมากเท่าใด? ไม่มีคน… … อ้อ ไม่ใช่ ไม่มีอสูรตนใดทราบชัด เพียงแค่ในนภาจรัสวารีไพศาลแห่งนี้ ก็มีไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นวิชาแล้ว หากเจ้าเอาแต่ลอกเลียน เจ้าก็ต้องถูกผู้อื่นจูงจมูกตลอดไป สุดท้ายจะเหน็ดเหนื่อยกับการแสวงหาไปเอง กล่าวอย่างรวบรัด เจ้าจะไม่มีวันเรียนรู้ได้หมดสิ้น!”หนานเยว่เพิ่งเคยได้ยินได้ฟังแนวคิดอันหาญกล้าบ้าบิ่นเช่นนี้เป็นครั้งแรก ต้องเงี่ยหูฟังอย่างตั้งอกตั้งใจเป็นที่สุด เกรงว่าจะพลาดคำใดไป“เราจะไม่ลอกเลียนวิชาเหล่านี้ แต่จะแยกสลายพวกมันแทน” จั่วม่อสุ้มเสียงราบเรียบเบาสบาย มือข้างหนึ่งไพล่หลัง สีหน้าเยือกเย็น มืออีกข้างเพียงดีดดรรชนีเบาๆ ศาสตร์อสูรที่โจมตีเข้าหามันก็พลันสลายเป็นฝุ่นค