วันกลุ่มหนึ่ง ดูคล้ายจะช่วยเป็นฉากประกอบคำอธิบายในมุมมองที่มันกล่าวถึง“การเปลี่ยนแปลงของศาสตร์อสูรแม้นับไม่ถ้วนและไร้ที่สิ้นสุด แต่จะอย่างไรยังหนีไม่พ้นรูปแบบกฏเกณฑ์เฉพาะตัวบางประการ สิ่งที่เราต้องทำก็คือมองหารูปแบบกฏเกณฑ์เหล่านั้น เมื่อพบรูปแบบกฏเกณฑ์ เราจะสามารถสร้างศาสตร์อสูรของเราเอง เช่นนั้นเจ้าทราบหรือไม่ ว่าทำอย่างไรจึงสามารถคว้าจับรูปแบบกฏเกณฑ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังศาสตร์อสูรอันหลากหลายไม่สิ้นสุดเหล่านั้นได้?”“การแยกสลาย!” หนานเยว่โพล่งออกมา“ถูกต้อง มิใช่กล่าวกันไว้หรอกหรือ? ผู้ที่รู้จักเจ้าดีที่สุด มักมิใช่สหายของเจ้า แต่เป็นศัตรูของเจ้าต่างหาก วาจานี้นำมาใช้กับศาสตร์อสูรได้เช่นกัน อ้อ ก่อนอื่นเราต้องเป็นศัตรูของศาสตร์อสูรเสียก่อน”“หนานเยว่เข้าใจแล้ว!” หนานเยว่รู้สึกราวกับเต็มไปด้วยความรู้แจ้ง ใบหน้าสดใสเป็นประกาย ไม่เคยมีช่วงเวลาใด ที่นางจะกระจ่างแจ้งถึงเพียงนี้มาก่อน รู้สึกได้อย่างชัดเจนและลึกล้ าว่าสามารถเกาะกุมเส้นชีพจรแห่งโชคชะตาของตนเองเอาไว้มั่น!เค้าความเคารพยำเกรงในสายตาหนานเยว่ บันดาลให้จั่วม่อสุขสำราญอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าแช่ร่างอยู่ในน้ าพุร้อน ในทะเลแห่งจิตสำนึก ผูเยาอดไม่ได้ ต้องเยาะหยันสักครา “ตัวเองเพิ่งเรียนรู้ ยังไม่ทันเข้าใจกระจ่าง ก็สามารถนำมาขายต่อให้แก่ผู้อื่นได้แล้ว ไม่เลว ไม่เลว”แต่เห็นได้ชัดว่ามันยังประเมินความหนาของใบหน้าจั่วม่อต่ าทรามไป เจ้าผู้น