าต้องจดจำให้มั่น ไม่ว่าเมื่อไรก็อย่าได้สูญเสียความเยือกเย็นของเจ้า เจ้ายิ่งแตกตื่นลนลานเท่าใด ในสนามรบเจ้าก็ยิ่งตายเร็วเท่านั้น”วาจาเตือนสติของต้าเหรินทำให้หนานเยว่ใบหน้าปรากฏเค้าละอายใจ “หนานเยว่เข้าใจแล้ว!”นางหากขี้ขลาดตาขาวเช่นนี้ ต่อไปจะติดตามต้าเหรินได้อย่างไร?ความประหวั่นพรั่นใจเบาบางลงมาก หนานเยว่เงยใบหน้าน้อยๆ ขึ้น สีหน้าเด็ดเดี่ยวแน่วแน่นางล่วงรู้เสียที่ไหน จั่วม่อยามนี้หนังศีรษะชาซ่านไปทั้งหัวแล้ว มันมีประสบการณ์ต่อสู้โชกโชน แม้ว่ารอบด้านจะเงียบสงัด ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใด แต่บรรยากาศอันตรายกลับเพิ่มสูงขึ้นไม่หยุดยั้ง“ผู เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?” มันถามผูเยาอย่างระมัดระวังผูเยาหรี่ตาสีแดงดุจโลหิต กล่าวเบาๆ สบายๆ ว่า “กับแค่สนามรบในคุกอันจิ๊บจ๊อยเพียงเท่านี้ ยังจะสามารถเกิดเรื่องอันใดได้?”“ไม่มีอะไรจริงๆ?” จั่วม่อไม่อยากเชื่อผูเยาใบหน้าเยาะหยัน “นี่แค่คุกแรกเท่านั้น”จั่วม่อพอฟังต้องชะงักกึก เปลี่ยนความคิดในบัดดล มิผิด นภาจรัสวารีไพศาลก็เป็นเพียงแค่คุกแรกของคุกสิบนิ้วเท่านั้นเอง หากเป็นสถานที่อันตรายมากจริงๆ ก็คงไม่มีผู้คนเข้ามามากมายถึงเพียงนี้ มันจะต้องแตกตื่นลนลานไปไย? ต่อให้เคราะห์หามยามร้ายเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ จะอย่างไรยังคงไม่ถึงรอบของมันปลอบประโลมตัวเองเช่นนี้ จิตใจมันค่อยสงบลงยังไม่ทันที่ก้อนหินในใจจะวางลง ทันใดนั้นพลังประหลาดขุมหนึ่งวาบผ่านหนานเยว่หายวับไปจากข้างกา