ยว่เท่านั้น“ลูกหลานของสหายเก่า” ผูเยากล่าวแผ่วเบาคำตอบของผูเยาไม่ต่างจากที่คาดเอาไว้ จั่วม่อถามต่ออย่างใคร่รู้ “ศาสตร์เกาทัณฑ์สวรรค์แดนใต้เป็นศาสตร์อสูรเยี่ยงไร? ใช่เป็นศาสตร์อสูรที่ใช้ธนูวิชาหนึ่งหรือไม่?”“เป็นศาสตร์อสูรที่ร้ายกาจยิ่งวิชาหนึ่ง”ผูเยาเหมือนจะตอบไปส่งๆ แต่จั่วม่อกลับได้คิด ศาสตร์อสูรที่กระทั่งผูเยายังเรียกว่าร้ายกาจ เช่นนั้นก็ต้องแข็งแกร่งสุดยอดแล้ว!ขณะที่วิญญาณแห่งการซอกแซกนินทาของจั่วม่อถูกถ้อยคำกำกวมของผูเยากระตุ้นขึ้นมา ตระเตรียมจะล้วงลึกความลี้ลับนี้ หนานเยว่ก็มาแล้ว
หนานเยว่พอมาถึงก็ประสานมือคารวะจั่วม่ออย่างอ่อนน้อมเป็นที่สุด “ต้าเหริน!”คราวที่แล้วนางเปล่งประกายในการประลองทดสอบในตำหนัก สะท้านไปทั่วตำหนักศาสตร์อสูรดอกบัวม่วง สถานะในตำหนักของนางพุ่งทะยานขึ้นในบัดดลเหล่าซือหลายท่านแสดงความจำนงต้องการรับนางเป็นศิษย์ แต่นางล้วนปฏิเสธทุกผู้คนอย่างสุภาพ นางอันที่จริงไม่ได้เรียนรู้ศาสตร์อสูรอันลึกล้ าอันใด หากทว่าคำสั่งสอนของต้าเหรินช่วยเปิดโลกใบใหม่ให้แก่นางอย่างสมบูรณ์ยามนี้นางบังเกิดความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น ต่อให้ไม่มีศาสตร์เกาทัณฑ์สวรรค์แดนใต้อยู่จริง นางก็สามารถสร้างวิถีทางของตนเองและอาจเนเพราะความเข้าใจที่นางได้รับในระยะนี้ ทำให้นางยิ่งเคารพเทิดทูนจั่วม่อมากขึ้นเรื่อยๆ พลังฝีมือที่แท้จริงของต้าเหรินสมควรลึกล้ ายิ่งกว่านี้! ในความเห็นของนาง หากนำบรรดาเหล่าซือแ