ห่งตำหนักศาสตร์อสูรมาเทียบกับต้าเหรินมิทราบห่างชั้นกันเท่าใด“อ้อ เจ้ามาแล้ว” จั่วม่อแสร้งวางท่าตอบรับ จากนั้นถามว่า “มีคำถามใดหรือไม่? หากมีก็รีบถามมา”หนานเยว่ระงับความตื่นเต้นในใจ รีบกล่าวถึงปัญหาที่นางประสบพบเจอรวมถึงที่คิดขึ้นได้ในช่วงหลายวันมานี้ปัญหาเหล่านี้ล้วนอยู่ในขอบเขตของศาสตร์อสูรน้อย จั่วม่อก็ไม่เกียจคร้านพยายามตอบทุกคำถามด้วยตัวเอง มากกว่าจะโยนคำถามไปให้ผูเยาโดยตรง จั่วม่ออยู่กับผูเยามานาน รับฟังมาไม่น้อย ชมดูมาก็มาก หลักการของศาสตร์อสูรที่เคยสัมผัสมาก็ลึกล้ ากว่าหนานเยว่ มุมมองที่มันมองคำถามย่อมลึกล้ ากว่าหนานเยว่อยู่บ้างหนานเยว่พอฟังคำอธิบายก็ตาเป็นประกาย พยักหน้าไม่หยุดยั้งสำหรับจั่วม่อ นี่ก็เป็นบททดสอบที่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง มีอยู่สองคำถามที่หนานเยว่นำมา เป็นปัญหาที่กระทั่งมันยังไม่เคยนึกถึงมาก่อน ส่งผลกระทบต่อมันอย่างรุนแรงหลังจากคลี่คลายปัญหาค้างคาใจทั้งหมด หนานเยว่แย้มยิ้มอย่างเบิกบานใจจั่วม่อศีรษะชุ่มไปด้วยเหงื่อ ลอบระบายลมหายใจอย่างโล่งอกหากมันไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ ก็เสียหน้าอย่างแท้จริง!ทั้งยังเป็นการเสียหน้า*ต่อหน้าอสูร… …ขณะที่ความคิดเหลวไหลนี้ลอยเข้ามาในหัว ทันใดนั้นพลันได้ยินเสียงใครบางคนตะโกนเรียก“หนานเยว่! หนานเยว่!”จั่วม่อเงยหน้าขึ้นมอง เห็นกลุ่มคนมุ่งตรงเข้ามา อ้อ ไม่ใช่ กลุ่มอสูรกำลังมุ่งตรงเข้ามา พลางโบกไม้โบกมือให้นานเยว่อย่างตื่นเต้นยินด