่ทำให้นางดวงตาเป็นประกายได้ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าศาสตร์อสูรอันแปลกใหม่ที่เคยทำให้นางตื่นเต้นมาก่อน ไม่สามารถก่อให้เกิดระลอกใดในใจนางอีกนางรู้สึกแปลกประหลาดยิ่งนี่เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกแปลกๆ เช่นนี้ ศาสตร์อสูรพราวพร่างตระการตาเหล่านั้น ในสายตานางยามนี้ กลับดูฟุ้งเฟ้อไร้สาระยิ่ง ระหว่างชมดู ในใจนางมักคอยครุ่นคิดตามอยู่ตลอดเวลา เพื่อแทนที่ศาสตร์อสูรอันโอ่อ่ากรีดกรายเหล่านี้นางสมควรผสานรวมศาสตร์อสูรน้อยแบบใดถึงจะดีความรู้สึกนี้ทำให้นางชมดูการประลองอย่างอึดอัดระคนเบื่อหน่ายไม่น้อย ก่อนหน้านี้เมื่อได้ชมดูศาสตร์อสูรเหล่านี้ นางจะตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างยิ่ง และพยายามจะขบคิดทบทวนอยู่ในใจอย่างต่อเนื่อง แต่เวลานี้ไม่หลงเหลือความรู้สึกเช่นนั้นอีกหนานเยว่ลอบเตือนตัวเองไม่ให้เย่อหยิ่งลำพองใจ เพียงเพราะนางได้เรียนรู้บางสิ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่านางจะสามารถดูแคลนผู้ใดได้ นางพลันหวนนึกถึงในวันนั้นที่ผู้อาวุโสอรรถาธิบายศาสตร์อสูรน้อยให้แก่นาง นางจดจำวาจาของผู้อาวุโสได้ทุกคำยามนี้จึงทบทวนถ้อยคำเหล่านั้นในใจอย่างเพลิดเพลินทันใดนั้น หงสะกิดเตือนนางจากด้านข้าง “อาเยว่ ถึงตาเจ้าแล้ว”“อ้อ” หนานเยว่รับคำเบาๆ ดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมา มองไปยังสนามทดสอบ รวบรวมสมาธิจิตใจ ทะยานร่างขึ้นสู่ลานประลองคู่ประลองของนางคือสือเจิ้ง นี่เป็นคู่ต่อสู้ที่คุ้นหน้าคุ้นตาผู้หนึ่ง สือเจิ้งมีประสบการณ์คล้ายคลึงกับนางเป็นอย่างยิ่ง ม