งเขา ซูหยวนจง ได้หายตัวไปตั้งแต่เขายังเด็ก ไม่เคยกลับมาเลย ชีวิตหรือความตายยังคงเป็นปริศนา
และหลิวหันเยียน…ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพียงลำพัง
จากมุมมองนั้นแล้ว หลิวเหวินหยานจึงย่อมมีความเคืองแค้นต่อซูหยวนจง…และซูเฉินก็ไม่อาจเอ่ยโต้แย้งใด ๆ ได้
“ซูเฉิน…สิ่งเดียวที่ข้าไม่คาดคิดเลยก็คือ เจ้ากลับมีพรสวรรค์ทั้งในสายยุทธ์และสายโอสถอย่างล้ำลึก ถึงขั้นเรียกได้ว่าเหนือกว่าพ่อของเจ้าหลายเท่าตัว! แต่ก่อน…ข้ายังเป็นห่วงว่าแม่ของเจ้าจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง ทว่าในตอนนี้มีเจ้าคนนี้อยู่ ข้าก็วางใจได้แล้ว!
แต่เจ้าต้องจำไว้ให้ดีต้นไม้ที่สูงเด่นในป่าย่อมต้องถูกลมโค่น! แม้เจ้าไม่กลัว…เจ้าก็ควรคิดถึงแม่ของเจ้าด้วย! หากแม่ของเจ้ายินดี ข้ายินดีให้นางมาอยู่ในจวนหลิว…ตราบใดที่ร่างเฒ่านี้ยังอยู่ ก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องนางแม้แต่น้อย!”
หลิวเหวินหยานเหลือบตามองซูเฉินอย่างเรียบเฉย ก่อนจะหันหลังเดินจากไป พลางสะบัดชายเสื้ออย่างเย็นชา
“ตาแก่นี่…..หัวโบราณเสียจริง!”
ซูเฉินมองแผ่นหลังของหลิวเหวินหยาน แล้วก็ได้แต่ยิ้มขื่นในใจ
เขาจะไม่รู้หรือ…ว่าคำพูดเหล่านั้นล้วนเต็มไปด้วยความเป็นห่วง?
ใช่ซูเฉินเป็นอัจฉริยะจริง แต่ในเมืองหลวงแห่งนี้…ก็มีผู้คนมากมายที่ต้องการชีวิตของเขา
หลิวเหวินหยานพูดเช่นนั้น…เพื่อเตือนให้เขาระวังตัว อีกทั้งยังบอกว่าเขาจะปกป้องหลิวหันเยียนอย่างสุดความสามารถ เพื่อไม่ให