ับไม่สามารถปฏิบัติตามคำลวงหลอก ไยมิใช่น่าละอายยิ่ง… …”ผูเยาผู้กำลังจมอยู่ในห้วงอารมณ์ความรู้สึกกึ่งโศกสลด พอฟังพลันรู้สึกหัวร่อมิออกร้องไห้ไม่ได้ ต้องตวาดเบาๆ “เหลวไหล ข้าก็ต้องล่วงรู้แน่นอนอยู่แล้ว”“เจ้าแน่ใจนะ?” สีหน้ากังขาของจั่วม่อไม่ลดน้อยลง “ที่ผ่านมาไฉนข้าไม่เคยได้ยินเจ้ากล่าวถึงมาก่อน?”“มีอีกหลายอย่างที่เจ้าไม่เคยได้ยินมาก่อน มีมากมายเป็นภูเขาเลากาทีเดียว” ผูเยาเหลือกตาตลบหนึ่ง ถากถางอย่างไม่ไว้หน้า“โอ้ มิผิด มิผิด วิญญูชนเปิดเผยตรงไปตรงมา คนร้ายมากเล่ห์ชอบซ่อนแผนการเจ้ามักซ่อนเอาไว้ลึกเสมอ” จั่วม่อทำท่าผงกศีรษะเห็นพ้อง จากนั้นหัวร่อเฮอะฮะ เงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “เมื่อล่วงรู้ก็ดีแล้ว เช่นนั้นก็เพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งร้อยปีเถอะ เราไม่อาจไม่บวกเผื่อกำไรได้!”ผูเยาอ้าปากค้างมองจั่วม่ออย่างโง่งม ชั่วพริบตานี้ มันไม่ทราบจะกล่าวคำใดจริงๆจั่วม่อไม่มีร่องรอยของความละอายใจ เชิดหน้ากล่าวอย่างผยอง “ผู ในฐานะอสูร เกออาจไม่ยอดเยี่ยมเท่ากับเจ้า แต่ในฐานะพ่อค้า เจ้ายังห่างชั้นกับเกออีกมากนัก!”ในเวลานี้เอง หนานเยว่พลันตั้งสติได้ นางกระแทกคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไม่ลังเล“เหล่าซือ!”อสูรมักมีอายุขัยยืนยาว หนึ่งร้อยปีไม่ใช่เวลาที่มากมายสำหรับพวกมัน ที่สำคัญเงื่อนไขนี้เมตตาปราณีเกินไปจริงๆ ในความเห็นของหนานเยว่ ผู้อาวุโสท่านนี้จะต้องมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับตระกูลของนาง ดังนั้นใช้วิธีการนี้เพื่อช่วยเหลื