มันไม่ค่อยมั่นใจอยู่บ้าง หากให้มันสอนเวทวิชาหรือวิชาค่ายกล มันจะไม่หวาดเกรงแม้แต่น้อย แต่นี่มันศาสตร์อสูร… …อีกฝ่ายเป็นอสูรตัวจริงเสียงจริง ส่วนมันก็เป็นซิวเจ่อของแท้แน่นอน จะให้ซิวเจ่ออย่างมันสอนอสูรเที่ยงแท้ผู้หนึ่งฝึกปรือศาสตร์อสูร… …นี่มันเรื่องเหลวไหลอะไรกัน!“อยากสอนอะไรก็สอนไปเถอะ” ผูเยากล่าวอย่างไร้ความรับผิดชอบ จากนั้นหายวับไปจั่วม่อยืนเบิกตามองอย่างโง่งมอยู่ในทะเลแห่งจิตสำนึกกลับออกมาจากทะเลแห่งจิตสำนึก จั่วม่อมองหนานเยว่ที่สีหน้าเต็มไปด้วยความปรารถนา รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาทันควัน หลังจากนั้นสักครู่ ค่อยปลุกปลอบจิตใจ ในเมื่อผูเยาบอกว่าสอนอะไรก็สอนไป เช่นนั้นหากไม่อาจสอนนางให้ดี นี่ไม่สามารถตำหนิมันได้จั่วม่อกระแอมเบาๆ “เช่นนั้นมาเริ่มกันที่ศาสตร์อสูรน้อย”“ศาสตร์อสูรน้อย?” หนานเยว่งงงันวูบ นึกไม่ถึงว่าสิ่งแรกที่ต้าเหรินจะสอนสั่งกลับเป็นศาสตร์อสูรน้อย!มิใช่ว่าอสูรทุกตนล้วนล่วงรู้ศาสตร์อสูรน้อยอยู่แล้วหรอกหรือ?จั่วม่อไม่สนใจสายตางุนงงสงสัยของหนานเยว่ และเริ่มบรรยายเหมือนกล่าวกับตัวเอง เคราะห์ดีที่ผูเยาเพิ่งจะสอนศาสตร์อสูรน้อยให้แก่มันได้ไม่นาน ยังคงจดจำได้อย่างชัดเจน มันกล่าวบรรยายไปพลางนึกย้อนทบทวนไปพลาง กล่าวไปมากล่าวก็อดไม่ได้ ต้องเพิ่มความเข้าใจบางส่วนที่มันเพิ่งได้รับผ่านการแยกสลายเข้าไปด้วยทีแรกหนานเยว่สีหน้าเต็มไปด้วยความมึนงงระคนใคร่รู้ แต่ไม่นานนัก ใบหน้านางก