ผยองลำพองในทันทีขณะที่อสูรโฉมงามกำลังจะจากไป ทันใดนั้น นางพลันเหลือบเห็นกระบวนการที่โขดหินพังทลายลงตรงหน้าบุรุษแปลกหน้าผู้นั้น ต้องสะท้านขึ้นเฮือกหนึ่ง ฝีเท้าชะงักกึกถึงยามนี้ โขดหินก้อนนั้นพลันสลายกลายเป็นฝุ่นธุลีโดยไม่มีวี่แววล่วงหน้า หายลับไปในอากาศธาตุนี่มัน… …นี่มัน… …หนานเยว่อ้าปากหวอ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ เหม่อมองจั่วม่ออย่างโง่งมโดยไม่มีสุ้มเสียงใด โขดหินอีกก้อนหนึ่งพังทลายลงในลักษณะเดียวกันกลายเป็นผงธุลีสลายไปกลางอากาศ นิ่งงันไปร่วมสามอึดใจเต็มๆ หนานเยว่ในที่สุดค่อยหาปากตัวเองพบ อดร้องออกมาไม่ได้ “การแยกสลาย!”วาจาพอหลุดออกจากปาก นางก็แตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ รีบตะครุบปากตัวเองทันที เกรงว่าจะสะกิดเตือนให้อีกฝ่ายรู้ตัวอย่างไรก็ตาม เคราะห์ดีที่คนผู้นั้นคล้ายยังจมอยู่ในความดื่มด่ ามึนเมา ไม่ได้รู้สึกตัวแม้แต่น้อยหลังจากเพ่งพินิจอยู่เป็นนาน หนานเยว่ก็แน่ใจแล้วว่า ที่แท้อีกฝ่ายกำลังแยกสลายศาสตร์อสูรเหล่านี้ หาใช่ทำลายล้างอย่างที่นางคิดในทีแรกไม่ คนผู้นี้หากใช้กำลังทำลายก้อนหินที่สร้างจากศาสตร์อสูรโดยตรง ก้อนหินจะกลายเป็นดวงแสงแล้วค่อยหายไป ไม่ได้มีสภาพเช่นที่นางเพิ่งประจักษ์กับตาแยกสลายกับทำลายล้างเป็นสองแนวคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การทำลายล้างสร้างความเสียหายจากภายนอก แต่การแยกสลายเป็นการทำลายโครงสร้างจากภายใน ทำให้ของสิ่งนั้นพังทลายอย่างสิ้นเชิงฝีมือที่ใช้ในการแยกสล