ั่วครู่ เห็นม้าฝานยังคงจ้องมองมันไม่วางตา รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง “เป็นไร? มองข้าเช่นนั้นหาอันใด?”ม้าฝานขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นกล่าว “เพลงดาบของเจ้าแกร่งกร้าวทรงพลังแต่หากเจ้าสามารถทำให้มันละเอียดอ่อนขึ้น พลานุภาพสมควรก้าวล้ าไปอีกขั้น”เหลยเผิงงงงันวูบ จากนั้นเริ่มครุ่นคิดตาม อย่าได้เห็นว่ามันหุนหันหยาบกระด้างแต่ไม่ได้โง่งมแม้แต่น้อย หากมันโง่งม ไหนเลยจะบบรลุเจตจำนงดาบได้ คำของม้าฝานเป็นเหตุให้มันจมลงไปในภวังค์ความคิดกล่าวกระตุ้นเตือนเสร็จสรรพ ม้าฝานก็ตระเตรียมจากไป แต่เหนียนลู่รีบถลันเข้ายื้อยุดเอาไว้ ประจบเอาใจเป็นการใหญ่ จากนั้นกล่าว “ลูกพี่ ท่านไฉนใจร้ายนัก?ข้าก็เป็นรองผู้บัญชาการของท่านเช่นกัน! สอนข้าบ้างสิ!”ม้าฝานมีสีหน้าหัวร่อไม่ได้ร่ าไห้ไม่ออก รองผู้บัญชาการทั้งสองของมัน เหลยเผิงหุนหันวู่วามปานเปลวเพลิง แต่ช่างพูดพล่ามน่ารำคาญ เหนียนลู่อบอุ่นอ่อนโยน แต่ชมชอบอวดโอ่ ล้วนแล้วแต่พิลึกทั้งคู่ มันได้แต่ก้มศีรษะขบคิด “เพลงกระบี่ดอกบัวครามของเจ้า เปลี่ยนแปลงสารพัน ลี้ลับซับซ้อนไม่เบา แต่หากเจ้าคิดรุดหน้า ก็อย่าได้ยึดติดกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มากเกินไป เจ้าจะต้องเปลี่ยนซับซ้อนเป็นรวบรัด ใช้เจตจำนงกระบี่เป็นหัวใจหลัก”“เจตจำนงกระบี่เป็นหัวใจหลัก… …” เหนียนลู่เบิกตาค้าง พึมพำอย่างเลื่อนลอยม้าฝานปลีกตัวจากไปเงียบๆ แต่มันเองก็อดมองออกไปด้านนอกไม่ได้เช่นกันการที่เซี่ยซานทะลวงเข้าสู่