ตเห็น ทันใดนั้นค่ายกลใต้ฝ่าเท้าของมันพลันสว่างเจิดจ้าด้วยแสงสีเลือดสดใส เจิดจ้าเสียจนเหวยเสิ้งไม่อาจลืมตาขึ้นได้แสงสีเลือดเจิดจรัสรวมตัวเป็นลำโตดุจเสายักษ์ พวยพุ่งขึ้นข้างบนอย่างรุนแรงต่อหน้าเสาลำแสงอันเกรียงไกรต้นนี้ ผนังเพดานหินเบื้องบนศีรษะล้วนแปรเปลี่ยนเป็นเศษธุลี ไม่มีสิ่งใดต้านทานได้บนชั้นสูงสุดของถ้ ากระบี่ หลินเชียนสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ถลันหลบไปด้านข้างสุดชีวิต เห็นลำแสงสีเลือดเจิดจ้าบาดตาพุ่งทะลวงขึ้นจากพื้น เฉียดผ่านร่างมันไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ซิวเจ่อจำนวนหนึ่งที่ไม่ทันได้ตอบสนอง กระทั่งเวลาจะกรีดร้องยังไม่มี ร่างสลายเป็นฝุ่นในชั่วพริบตาเสาลำแสงอาศัยพลังอันเกรี้ยวกราดที่ยังหลงเหลือ เจาะทะลวงอาคมหวงห้ามของถ้ ากระบี่จนพินาศสิ้น ทะลุทะลวงชั้นหินหนา พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าหลินเชียนสีหน้าน่าเกลียดสุดทนดู ถึงยามนี้มันยังจะทำอะไรได้อีก นอกจากตะโกนเตือนสุดเสียง “ไปเร็ว! รีบไปเดี๋ยวนี้!”เสาลำแสงสีเลือดที่ระเบิดขึ้นจากใต้พื้น ราวกับกระบี่สีเลือดเล่มมหึมาแทงทะลุแผ่นฟ้า!กองทัพอสูรที่ตั้งค่ายทัพอยู่บนภูเขาสุญตา เบิกตามองเสาลำแสงใหญ่โตอย่างตื่นตระหนกมู่ซีตั้งสติได้เร็วที่สุด นางสั่งการทั้งที่สีหน้ายังตื่นตะลึงและตึงเครียด “รีบไปตรวจสอบในบัดดล!”ชั้นที่ลึกที่สุดของถ้ ากระบี่กลายเป็นเวิ้งว้างว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่เลย