สียหาย ถืออยู่ในมือรู้สึกถึงพลังสภาวะสุดลี้ลับได้ชัดเจนกว่าเดิม มันพยายามระงับความอยากรู้อยากเห็นอันแรงกล้าไว้อย่างสุดความสามารถ ไม่กล้าใช้จิตของมันทดลองสัมผัสพลังสภาวะอ่อนจางสายนี้ พลังสภาวะที่กระทั่งท่านปฐมาจารย์บรรพบุรุษต้องใช้เวลาศึกษาทั้งชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่อาศัยพลังบำเพ็ญเพียรของมันในยามนี้ จะสามารถแตะต้องได้มันบรรจงสวมจี้หยกลงบนคออย่างเคารพเทิดทูน จากนั้นกวาดสายตาไปยังก้อนอิฐสัมฤทธิ์ เริ่มโคจรพลังของเคล็ดกระบี่สุญตา กดมือลงบนแผ่นอิฐสัมฤทิธิ์ แผ่นอิฐสัมฤทธิ์เปลี่ยนเป็นเบาหวิวดุจอากาศธาตุในบัดดล ยกขึ้นได้อย่างไม่หนักแรงมีบางอย่างอยู่ที่นี่!เห็นลวดลายแปลกพิสดารชนิดหนึ่งเผยตัวออกมาบนพื้น เหวยเสิ้งใจสั่นสะท้านอีกรอบ รีบยกแผ่นอิฐขึ้นทีละแผ่นไม่หยุดยั้งในไม่กี่อึดใจ แผ่นอิฐสัมฤทธิ์บนพื้นถูกย้ายออกไปจนหมด เผยให้เห็นพื้นข้างใต้ชัดตา พื้นส่วนนั้นราบเรียบดุจกระจกเงา ค่ายกลขนาดมหึมาปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเหวยเสิ้งนี่มัน… …เหวยเสิ้งตาทอประกายวาบ เพ่งพิศค่ายกลใต้ฝ่าเท้าอย่างระมัดระวัง ทว่าบรรดาอักขระยันต์อันลี้ลับซับซ้อนทำเอามันหัวหมุนวิงเวียน อดคิดไม่ได้ว่าหากศิษย์น้องจั่วอยู่ที่นี่คงประเสริฐยิ่ง ศิษย์น้องมีฝีมือด้านค่ายกล จะต้องทราบเป็นแน่ว่านี่เป็นค่ายกลอันใดมันไม่ทันรู้สึกตัวว่าจี้หยกที่ห้อยคอ เริ่มเปล่งแสงที่เลือนรางจนแทบมองไม่เห็นรอจนแสงสว่างกระจายปกคลุมไปทั่วจี้หยก เหวยเสิ้งค่อยสังเก