จั่วม่อรีบห้อตามฉุนอวี๋เฉิงไปยังห้องเพาะเลี้ยงของมันจะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกที่จั่วม่อมายังห้องที่ศิษย์น้องเฉิงใช้ทำงานและกินอยู่หลับนอนไปพร้อมกัน มันอดละอายใจอยู่บ้างไม่ได้ ทุกวันนี้มันมีเรื่องราวมากมายให้ต้องจัดการ จนแทบจะหลงลืมเรื่องของศิษย์น้องเฉิงไปเสียสนิทห้องเพาะเลี้ยงของศิษย์น้องเฉิงแบ่งออกเป็นหลายส่วน หลักจากเพ่งมองอย่างละเอียด จั่วม่อต้องตกตะลึงไม่น้อย เห็นแต่ละส่วนพื้นที่ล้วนเป็นบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายที่แยกขาดจากกัน ศิษย์น้องเฉิงสามารถสร้างบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายด้วยตัวเองตั้งแต่เมื่อใด?“ศิษย์พี่ ท่านยังไม่ทราบ ยามที่มันออกมา มันไม่เหมือนกับพวกพ้องในสายพันธุ์เดียวกันเลย” ฉุนอวี๋เฉิงสีหน้าดูไม่ดีนัก คล้ายถูกเขย่าขวัญวิญญาณอย่างรุนแรง แต่เมื่อมีจั่วม่ออยู่ข้างกาย มันค่อยรู้สึกคลายใจลงบ้าง“ศิษย์น้อง บ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายเหล่านี้ เป็นเจ้าสร้างด้วยตัวเองหรือ?” จั่วม่อถามขัดจังหวะ“นี่ อา ใช่แล้ว” ฉุนอวี๋เฉิงเห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยสนใจคำถามของจั่วม่อนัก หัวข้อสนทนาวกกลับไปยังเรื่องที่มันห่วงกังวลอย่างรวดเร็ว “มันเป็นผีเสื้อปราณรุ่นที่เก้า ในรุ่นเดียวกันกับมันมีอยู่สองร้อยตัว… …”“ศิษย์น้อง ค่ายกลหลายส่วนนี้ไม่เหมือนกับที่ข้าเคยสร้างให้เจ้าในคราวนั้น” จ่วม่อกล่าวพลางชี้ไปยังลวดลายอักขระยันต์ของค่ายกลบนบ่อฟูมฟักสัตว์ร้าย“ข้าแก้ไขปรับเปลี่ยนมันเอง ใช่มีที่ใดผิดหรือไม่?” ฉุนอวี๋เฉิงลูบศีรษะอย่างอับอ