ดังนั้นรีบไปตามศิษย์พี่”สนทนาถึงตอนนี้ พวกมันทั้งคู่มาถึงบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายแห่งหนึ่งจั่วม่อในที่สุดได้ยลโฉมผีเสื้อปราณที่ศิษย์น้องเฉิงกล่าวถึง เพียงมองแวบแรกมันก็ตื่นตระหนกสุดระงับ เห็นผีเสื้อปราณตัวนี้ มีปีกสองสีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงปีกข้างหนึ่งเป็นสีดำสนิท อีกข้างหนึ่งเป็นสีขาวล้วน ไม่มีสีอื่นใดเจือปนแม้แต่น้อย ที่โดดเด่นที่สุดและไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน คือหนวดทั้งสองเส้นบนศีรษะของมัน หนวดแต่ละเส้นมีลูกหมอกลอยติดอยู่ที่ปลายเส้นหนวด ยังคงเป็นเหมือนเช่นเดิม หนึ่งเป็นหมอกดำ อีกหนึ่งเป็นหมอกขาว ภายในกลุ่มหมอกทั้งสอง อาจมองเห็นร่างเล็กๆ สองร่างอย่างเลือนรางแต่สิ่งที่ทำให้จั่วม่อตื่นตะลึงอย่างแท้จริง กลับเป็นกลิ่นอายเบาบางที่ปลดปล่อยออกมาจากผีเสื้อปราณตัวนี้ นี่เป็นกลิ่นอายที่เจือจางยิ่ง แต่ก็ชัดเจนยิ่ง และเป็นกลิ่นอายที่ทำให้จั่วม่อหวนนึกถึงงูยักษ์เขาโลหิตระดับห้าในคราวนั้นนี่ใช่เป็นผีเสื้อปราณระดับห้าหรือไม่?“ผีเสื้อปราณตัวนี้พิเศษเฉพาะยิ่ง” ฉุนอวี๋เฉิงมีสีหน้าภาคภูมิใจ “ข้าเรียกมันว่าผีเสื้อแฝด”เจ้าผีเสื้อแฝดสังเกตเห็นจั่วม่อ มีทีท่าหวาดระแวงขึ้นมาทันที จั่วม่อเพ่งจิตปลดปล่อยกลิ่นอายของสังขารปิศาจมหาทิวาออกมาแวบหนึ่ง ผีเสื้อแฝดตื่นตระหนกอย่างฉับพลัน ถอยกรูดไปยังมุมบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายผีเสื้อปราณอันเฉลียวฉลาดนัก!จั่วม่อลอบชื่นชมในใจ มันยิ่งแน่ใจว่าผีเสื้อแฝดตัวนี้อยู่ไม่ไกลจากระดับห้