จั่วม่อถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์“แล้วจากนั้นเล่า?”“สองสามวันให้หลังข้ากลับไปดูอีกครั้ง” ฉุนอวี๋เฉิงสีหน้าดูหวาดผวาอยู่บ้าง“แมลงพิษเหล่านั้นล้วนตายเกลี้ยง ร่างของพวกมันเป็นสีเทาแห่งความตาย ไม่มีร่องรอยของชีวิตแม้แต่น้อย ศิษย์พี่ ท่านทราบหรือไม่ ข้านับว่าค่อนข้างสนิทชิดเชื้อกับผีเสื้อปราณไม่น้อย แต่ไม่เคยได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับผีเสื้อปราณที่ชั่วร้ายน่ากลัวถึงเพียงนี้มาก่อน”มองดูร่องรอยหวาดผวาบนใบหน้าศิษย์น้องเฉิง จั่วม่อยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเดิม“ซากแมลงพิษเหล่านั้นจะโยนทิ้งไปเปล่าๆ ก็น่าเสียดาย เดิมทีข้าตั้งใจจะนำเปลือกแข็งของแมลงเหล่านั้นมาใช้ แต่คาดไม่ถึงจริงๆ ไม่ว่าเปลือกแข็ง เล็บหรือฟันเขี้ยวของแมลงพิษ กลับไม่มีพลังปราณหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่เส้นสายใยเดียว” สุ้มเสียงของศิษย์น้องเฉิงเริ่มเต็มไปด้วยความคาดหวัง “ในเวลานั้น ข้าค่อยตระหนักว่าผีเสื้อปราณตัวนี้ไม่รวบรัดธรรมดาแล้ว”จั่วม่อทราบว่าหากเรื่องราวมีเพียงเท่านั้น ศิษย์น้องเฉิงไหนเลยจะประสาทเสียถึงปานนี้ได้ จึงถามว่า “จากนั้นมีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกระมัง?”ฉุนอวี๋เฉิงใบหน้าทอแวววิตกกังวล “เริ่มตั้งแต่เมื่อวาน มันจู่ๆ กลายเป็นพลุ่งพล่านเกรี้ยวกราดถึงที่สุด พยายามบุกทะลวงออกมาด้านนอกบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายไม่หยุด ผีเสื้อปราณตัวนี้ทรงพลังโดยแท้ ข้าสังเกตเห็นว่าบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายอาจยันมันเอาไว้ได้ไม่นาน ข้าก็ไม่มีปัญญาสะกดมันได้อีก