คำของผูเยาทำเอาจั่วม่อใจเต้นระส่ า แต่หลังจากนั้นก็สงบลงอย่างรวดเร็ว หลักจากผ่านเรื่องราวมามากมาย จิตใจมันย่อมเข้มแข็งกว่าเดิมมาก หลังจากต่อกรกับผูเยามายาวนานถึงเพียงนี้ มันสามารถเห็นได้ชัดเจนว่าผูเยากล่าวมาทั้งหมดนี้ด้วยเหตุผลบางอย่างผูเยาเห็นจั่วม่อไม่เอ่ยคำใด ก็ไม่ได้แปลกใจ เพียงกล่าวสืบต่อ “เวทวิชาเซียนทักษะปิศาจ ศาสตร์อสูร ทั้งสามแขนงวิชานี้ อันที่จริงไม่ได้แตกต่างและแยกขาดจากกันอย่างสมบูรณ์เหมือนที่เจ้าคิด เมื่อเจ้าบรรลุถึงระดับชั้นที่สูงกว่านี้ จะพบกับหลายสิ่งที่ในเวลานี้เจ้าไม่มีปัญญาจินตนาการได้ อย่างเช่นปิศาจชั้นสูงบางตน จู่ๆ ก็โจมตีด้วยเคล็ดวิชากระบี่ หรือซิวเจ่อยอดฝีมือร่ายศาสตร์อสูรออกมา ทุกคนแม้เดินไปตามวิถีทางที่แตกต่างกัน แต่ทุกวิถีล้วนนำไปยังปลายทางเดียวกัน“อ้อ แต่นี่เป็นเพียงเรื่องสัพเพเหระ ไม่มีอันใดสำคัญกับเจ้าเลย” ดวงตาสีเลือดของผูเยาทอประกายสีโลหิตสดใสราวกับทับทิมสีแดงแวววับ มันจ้องมองจั่วม่อตาเขม็ง สีหน้าตื่นเต้นกระตือรือร้น กล่าวยิ้มๆ ว่า “สิ่งที่ข้าจะบอกเจ้าก็คือ ข้าวางแผนที่จะทำการทดลองสักเล็กน้อย”จั่วม่อจู่ๆ ก็รู้สึกสังหรณ์ไม่ดี “การทดลองอันใด? เพ้ย ผูเยา ข้าขอเตือนเจ้า อย่ามาเหลวไหลเลอะเทอะ… …”“ฮี่!” ผูเยาริมฝีปากบางเฉียบเหมือนคมมีดยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม สองกางออกราวกับปีก สิบดรรชนีคล้ายกดลงบนผืนน้ าล่องหนชั้นหนึ่ง ก่อเกิดจุดกระเพื่อมที่มองไม่เห็นสิบจุด“คุกสิ