สำแดงพลังอันน่าครั่นคร้ามของซิวเจ่อด่านจินตันออกมาให้มันเห็นอีกครั้ง“เมื่อสามารถรั้งลำดับที่สองในบรรดาสังขารปิศาจด่านถงหลิ่งทั้งมวล เจ้าคิดว่ายังร้ายกาจไม่พอหรือ?” ผูเยาเยาะหยันอย่างเย็นชาแต่แล้วมันพลันหันเหหัวเรื่อง “อันที่จริงต่อให้เจ้าไม่ได้ใช้สังขารปิศาจมหาทิวาก็ยังไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวมันสักนิด”“หมายความว่าอย่างไร?” จั่วม่อชักสนใจอยู่บ้าง ผูเยาหลังจากได้รับเม็ดพลังทองคำในคราวนั้น ก็เริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นกว่าเดิม สนทนากันด้วยดี สิ่งที่ทำให้จั่วม่อประหลาดใจที่สุด ก็คือเจ้าผู้นี้คล้ายใจคอกว้างขวางกว่าแต่ก่อน ไม่ว่าเวทวิชาหรือศาสตร์อสูรชนิดใด ก็ไม่ปิดบังซ่อนเร้นเหมือนในอดีตอีก“หากเจ้าฝึกปรือมหาหัตถ์พันใบกับหัตถ์พันใบน้อย ต่อให้เป็นจินตันก็ไม่ใช่คู่มือของเจ้า!” ผูเยากล่าวอย่างโอหังลำพอง“โอ้ ได้โปรดเถอะ” จั่วม่อถากถางอย่างไม่ไว้หน้า “เจ้าคิดจะหลอกลวงผู้ใด! ทั้งสองวิชานี้ข้าก็ได้ฝึกปรือแล้ว พลังอำนาจแม้ร้ายกาจไม่เลว แต่ยังไม่เพียงพอจะโค่นจินตัน”“แล้วเจ้าฝึกปรือมากเท่าใด?” ผูเยาสวนกลับด้วยน้ าเสียงถากถางเช่นเดียวกัน“พวกมันต้องมาตกอยู่ในมือเจ้า นับว่าเสียของสูญเปล่าโดยแท้ สมองของเจ้าไม่ดีเพียงฝึกปรือสังขารปิศาจมหาทิวานั่นละดีแล้ว สิ่งนี้เหมาะสมที่สุด สำหรับมนุษย์ที่แขนขาคล่องแคล่วและมีสมองเรียบง่ายอย่างเจ้า”จากนั้นเหลือบตามองจั่วม่ออย่างรังเกียจเหยียดหยาม “มรรคาบำเพ็ญเพียรวิถีอสูรเรา เที