รัตติกาลเยือนกรายบนยอดเขาเหนือหุบเขาร้อยบุปผา เต็มไปด้วยแสงเจิดจ้าและเสียงอึกทึกครึกโครมจั่วม่อยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขา ขัดแย้งกับที่ตั้งค่ายด้านล่างซึ่งครึกครื้นวุ่นวาย ดวงตาของมันกลายเป็นมืดมนว่างเปล่า แฝงแววอันตรายสุดหยั่งถึง มันทราบดีว่ามีดวงตาหลายคู่ลอบมองมาที่มัน จากความมืดมนอนธการด้านนอก ผู้คนกำลังเฝ้ารอให้รุ่งอรุณมาเยือนทว่า… …หมู่เมฆหนาทึบห่มคลุมท้องฟ้า ไม่มีแสงจันทร์ส่องลอดลงมาแม้แต่เส้นสายใยเดียว มุมปากของมันยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแปลกประหลาดชนิดหนึ่งม้าฝานลอบเร้นไปในเงามืดราวกับภูตพราย ท่าร่างของมันไร้สุ้มเสียง สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า คือไม่ว่าจะเคลื่อนกายเช่นใด ก็ไม่มีพลังปราณเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย เหลยเผิงกับพวกซึ่งเฝ้าดูจากไม่ไกล ล้วนมีสีหน้านับถือเลื่อมใสม้าฝานเคยสอนเวทวิชาซ่อนเร้นร่องรอยเหล่านี้ให้กับพวกมันแล้ว แต่เมื่อม้าฝานใช้ออกด้วยตัวเอง ฝีมืออันช่ าชองนี้ เกรงว่าไม่ได้เหนือล้ ากว่าพวกมันแค่สองสามขั้นเท่านั้น ท่วงท่าสภาวะของมันดูผ่อนคลายสบายอารมณ์ยิ่งสมกับเป็นหัวใจหลักของกองทัพที่แม่นางน้อยเลือกมา!ม้าฝานย่อกายย่องกริบเหมือนแมว ผสานเข้ากับความมืดรอบด้านประดุจเงาอันไร้ตัวตน เสียงเอะอะจากหุบเขาร้อยบุปผาสามารถได้ยินมาแต่ไกล ช่างย้อนแย้งกับความเงียบสงบรอบกายมันนัก ม้าฝานพลันกระหวัดนึกถึงชีวิตตนในอดีต ก่อนหน้าที่มันจะพบกับเหล่าป่าน บ่อยครั้งที่มันต้องทำงานซึ่งจำเป็น