พลันรู้สึกลำคอเย็นวาบ พวกมันดวงตาเบิกค้าง แต่ไม่มีปัญญากระทั่งจะส่งเสียงสักคำ หลายร่างปรากฏขึ้นข้างศพของพวกมัน เป็นม้าฝานกับพวก“สิบคน!” เหนียนลู่กล่าวแผ่วเบาฝ่ายตรงข้ามนับว่าส่งหน่วยสอดแนมมายังหุบเขาร้อยบุปผาเป็นจำนวนมากมายเสียจริง ในช่วงระยะเวลาไม่นาน พวกมันก็เชือดทิ้งไปถึงสิบคนแล้ว สำหรับสมาชิกหน่วยเทียนฟงที่เข้าใจเจตจำนงกระบี่ คิดเชือดคนเหล่านี้ทิ้ง ลำบากเพียงยกมือเท่านั้นม้าฝานเก็บกวาดร่องรอยของผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองจนสะอาดเกลี้ยงเกลา เห็นว่าไม่มีพิรุธใด มันเงยหน้าขึ้น “เราต้องเร่งมือกว่านี้ อีกไม่นานจะถึงยามโฉ่วแล้ว” (ยามโฉ่ว – เวลา 01.00 – 02.59 น.)ทุกผู้คนมีสีหน้าร้อนรนเกือบถึงยามโฉ่วแล้ว … …ม้าฝานนำทุกคนออกจากที่แห่งนั้นในบัดดล เสาะหาเป้าหมายถัดดนยำแไปพวกมันรุดหน้าไปตามเส้นทางระยะไกล พุ่งผ่านไปอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วระหว่างทางบางครั้งยังเชือดหน่วยสอดแนมจำนวนหนึ่ง แต่เส้นสายนี้ห่างไกลจริงๆพวกมันค้นพบสายสืบไม่มากนักเมื่อพวกมันทะลุออกมาจากหุบเขา สามารถมองเห็นแสงไฟจากเมืองหมิงสุ่ยเห็นแม่น้ าหมิงสุ่ยยามวิกาลอันเงียบสงบ ม้าฝานค่อยระบายลมหายใจอย่างโล่งอกยังไม่ถึงยามโฉ่วมันหันไปพยักเพยิดให้เหลยเผิงกับเหนียนลู่ที่อยู่เบื้องหลัง ทั้งสองเข้าใจสัญญาณ หายวับไปอย่างรวดเร็วในม่านวิกาล คนที่เหลือแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มทยอยหายตัวติดตามคนทั้งสองไปม้าฝานมองสามคนที่ยังเหลืออยู่ข้างกายมัน กล่าวเบ