าๆ “พวกเราพักผ่อนสักครู่”กล่าวจบคำมันก็ทรุดตัวลงนั่งท่าดอกบัว อีกสามคนก็ไม่กล่าวมากความ ทรุดนั่งลง เข้าสู่ห้วงฌานเช่นเดียวกันในหุบเขาลึก ซึ่งเคยเป็นอาณาเขตที่พันธมิตรร้อยบุปผาใช้ซ่อนทาสบุปผาสถานที่แห่งนี้ทั้งเร้นลับและห่างไกลสุดกู่ จั่วม่อปล้นทั้งหุบเขาจนเกลี้ยงเกลา ไม่ทิ้งสิ่งใดไว้เบื้องหลัง เวลานี้หุบเขาอันว่างเปล่าแห่งนี้ เต็มไปด้วยผู้คนที่นั่งเข้าฌานอยู่บนพื้นจงหยูค่อยยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูกงซุนชา “ต้าเหริน ถึงยามโฉ่วแล้ว”รอยยิ้มบนใบหน้ากงซุนชายิ่งเขินอายจนปิดไม่มิด ค่อยๆ ลืมตาที่สาดประกายกดดันอันคมกริบ “ออกเดินทาง”กองทัพรุดหน้าไปตามเส้นทางหุบเขาแคบๆ อย่างเงียบเชียบ บางครั้งอาจเห็นเงาร่างวาบผ่านท่ามกลางสองฟากข้างหุบเขา ไพร่พลในกองทัพไม่ได้ชะลอความเร็วลงแม้แต่น้อย พวกมันทราบดีว่าเงาร่างเหล่านั้นเป็นสมาชิกของหน่วยเทียนฟง ที่ล่วงหน้ามาทำความสะอาดเส้นทางให้แก่พวกมันม้าฝานที่เฝ้าระวังปากหุบเขาทันใดนั้นลืมตาโพลง เห็นเงากองทัพอันแน่นขนัดเคลื่อนเข้ามา ในใจพลันโล่งอก พวกมันไม่ได้ทำภารกิจที่แม่นางน้อยมอบให้ล้มเหลวกองทัพทะยานร่างตามกัน ออกจากหุบเขาอย่างเงียบเชียบ ทิวป่าหนาทึบด้านนอกหุบเขาเป็นเครื่องอำพรางที่ดีที่สุดสำหรับพวกมันกงซุนชาเมื่อเดินออกพ้นจากหุบเขา มันชะงักเท้าลงอย่างกะทันหัน แล้วหันไปมองบนยอดเขาที่สูงที่สุด อดหัวร่อเบาๆ ไม่ได้ศิษย์พี่เอย รบกวนเพลิดเพลินกับการกินลมชมทิวทัศน์