ับว่ามีฝีมืออย่างแท้จริง!” เหยียนหยางสรรเสริญ “หากให้เวลามัน มันอาจกลายเป็นยอดวีรบุรุษผู้หนึ่งใช่แล้ว ตอนนี้มันอยู่ที่ใด? จงติดตามการเคลื่อนไหวของมันให้ดี อย่าปล่อยให้คลาดสายตาไป”“มันยังคงยืนทอดอารมณ์อยู่บนยอดเขาหลักของหุบเขาร้อยบุปผา คนของเราเฝ้าจับตามองมันอยู่ห่างๆ” เกาซิวกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “ว่ากันว่า มันยืนกินลมชมทิวทัศน์มาครึ่งค่อนคืนแล้ว คาดว่าการต่อสู้ในวันรุ่งขึ้นคงทำให้มันปวดเศียรเวียนเกล้าไม่เบา!”“มังกรเข้มแข็งไม่รุกรานงูเจ้าถิ่น เจ้าจงจดจำสิ่งนี้เอาไว้ให้มั่น ภายภาคหน้าอย่าได้กระทำผิดพลาดเช่นเจ้าเมืองอีกาทองคำผู้นี้”“ศิษย์ทราบแล้ว”จั่วม่อยืนบนยอดเขา ปล่อยให้ลมเย็นปะทะใบหน้าจนด้านชา อดก่นด่าสาปแช่งไม่ได้ “แผนโง่เง่าอันใด ต้องให้เกอยืนกินลมชมทิวทัศน์อยู่ครึ่งค่อนคืน หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เกอจะกินลมจนคลุ้มคลั่งแล้ว!”อากุ่ยนั่งเงียบๆ อยู่ข้างกายมัน นอกเหนือจากในยามที่มันลงมือต่อสู้ ไม่ว่าจั่วม่อไปที่ใด นางก็จะติดตามมาราวกับหุ่เนชิด เจ้าดำน้อยงีบหลับอยู่ศีรษะของอากุ่ย เจ้าเพลิงน้อยกับเจดีย์น้อยเต็มไปด้วยเรี่ยวแรงล้นเหลือ ไล่ขับกันไปรอบกายอากุ่ยอย่างเบิกบานใจ นกโง่ยืนอยู่ข้างกายอากุ่ยอย่างเงียบเชียบ นางพอได้ยินคำพร่ าบ่นของจั่วม่อ อดเหลือกตาไม่ได้น่าเบื่อหน่ายไม่น้อย จั่วม่อคิดพลางยื่นมือไปหาเจ้าเพลิงน้อย “เจ้าเพลิงน้อยเข้ามานี่”ได้ยินคำเรียกหา เจ้าเพลิงน้อยพุ่งเข้าหาจั่วม่ออย