ด้แต่ตะโกนสุดเสียง “หนี… …”เพิ่งจะอ้าปากร้องตะโกนได้ครึ่งคำ ทันใดนั้นมันดวงตาเบิกโพลง ก้มศีรษะลงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เห็นมือข้างหนึ่งระเบิดออกมาจากกลางทรวงอกของมันอย่างพิสดารซิวเจ่อรอบข้างเทียนหลิงจื่อเบิกตามองมันราวกับพบพานผีสาง ความหวาดกลัวสายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจดุจใยแมงมุมร่างที่มีปีกสีทองอยู่บนแผ่นหลังหายวับไปจากครรลองสายตาของพวกมันการโจมตีครั้งนี้ หมดจดไร้ที่ติ!ปีกแสงศูนยตาบนแผ่นหลังกระพือเบาๆ พลังอันล้นเหลือทะลักทลายดุจสายน้ าร่างของมันพุ่งวาบออกไปไกลดุจสายฟ้าฟาด จั่วม่อไม่ได้หวั่นเกรงการต่อสู้แม้แต่น้อยจิตใจสงบราบเรียบผิดธรรมดา มันค่อยๆ ศึกษาพลังของปีกแสงศูนยตาบนแผ่นหลังอย่างระมัดระวัง ภายใต้พลังสุดแกร่งกร้าวอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ การควบคุมบังคับท่วงท่าเคลื่อนไหว หาใช่เรื่องง่ายดายไม่อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีงามที่จะเรียนรู้ส่วนเรื่องเหอเถาอัสนีคำรน หากต้องสิ้นเปลืองไปกับสวะเหล่านี้ก็น่าอายยิ่ง… …ปีกแสงศูนยตาบนแผ่นหลังสะบัดเบาๆ สายตาพร่าเลือนวูบหนึ่ง มันพลันปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าซิวเจ่อผู้หนึ่ง ห่างเพียงครึ่งจั้ง ด้วยระดับความเร็วที่มองไม่เห็นชัดตาแย่แล้ว!จั่วม่อผู้ที่เพิ่งจะลำพองใจเป็นอย่างยิ่ง อุทานเสียงหลง ยังไม่ทันมีปฏิกิริยาใดมันก็ชนใส่โล่พลังปราณของอีกฝ่ายอย่างถนัดถนี่พิ้ง!โล่พลังปราณแตกทลาย พลังสภาวะถาโถมของจั่วม่อยังไม่สิ้นสุด กร