ยใบหน้าเย็นเยียบไร้อารมณ์ เจตนาฆ่าฟันของมันแทบปกปิดเอาไว้ไม่อยู่พวกมันทั้งสามล้วนมีท่าทีสงบเยือกเย็น พวกมันคาดเดาว่ากลุ่มของจั่วม่อ เมื่อผ่านศึกใหญ่อันรุนแรงถึงเพียงนี้ ย่อมไม่มีเรี่ยวแรงหลงเหลือพอที่จะต่อสู้อีก เจตนาปล้นชิงยามเพลิงไหม้ของพวกมันเป็นที่ชัดเจนยิ่ง(*ปล้นชิงยามเพลิงไหม้ หมายถึงฉวยโอกาสที่ผู้อื่นกำลังลำบากเพื่อเอารัดเอาเปรียบ)จั่วม่อเหลือบมองซู่หลงกับคนอื่นๆ มันพบว่าทุกคนไม่สามารถซ่อนเร้นความเหนื่อยล้าบนใบหน้าเอาไว้ได้ การศึกครั้งใหญ่เมื่อครู่ ทุกคนใช้พลังงานไปแทบทั้งหมดแต่พวกมันยังคงตั้งขบวนทัพอย่างรวดเร็ว ไม่มีผู้ใดแตกตื่นหรือหวาดกลัว ใบหน้าของแต่ละคนมีแต่ความสงบราบเรียบเห็นว่าวาจาของพวกมันมิอาจขู่ขวัญจั่วม่อกับพวกให้เปลี่ยนสีหน้าได้ คนทั้งสามที่กล่าววาจาอดหน้าเขียวคล้ าไม่ได้ เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าเมืองอีกาทองคำผู้นี้ช่างมีจิตใจเข้มแข็งแกร่งกร้าวเกินคาดคิด ในความเห็นของพวกมัน แค่เพียงข่มขู่กดดันสักเล็กน้อย ในสภาพเช่นนี้ เจ้าเมืองอีกาทองคำสมควรยอมจำนนแต่โดยดีสถานการณ์ที่กลับมาประจันหน้ากันอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่สิ่งที่พวกมันต้องการขณะที่พวกมันทั้งสามเตรียมจะเพิ่มแรงกดดันต่อจั่วม่อ จั่วม่อกลับกล่าวอย่างเฉื่อยชาว่า “ซูเยวี่ย? คงส่งมอบให้ไม่ได้กระมัง เพราะข้าสังหารทิ้งไปแล้ว”เฮือก!เสียงสูดลมหายใจหนักๆ อย่างตื่นตระหนกดังขึ้นจากรอบข้างแทบเป็นเสียงเดียวกัน นอกเหนือจากก