จั่วม่อส่งสัญญาณให้แก่ทุกคน พวกมันล้วนเข้าใจ จงใจเดินไปในทางที่ไม่ค่อยมีผู้คน“ท่านที่นับถือลอบติดตามเราด้วยเหตุผลกลใด?”จั่วม่อจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา ผู้มาเป็นซิวเจ่อสวมชุดนักพรตสีเหลืองอ่อนผมเผ้าขาวโพลน แต่รูปโฉมดุจทารก ยังคงมีผู้คนผ่านไปมาอยู่บ้าง ซิวเจ่อเหล่านั้นพอพบเห็นนักพรตเฒ่าชุดเหลือง ล้วนหน้าเผือดสี รีบร้อนจากไปอย่างลนลาน“ทารกน้อยเจ้าสังเกตเห็นท่านบรรพชนผู้นี้ได้ นับว่าฉลาดไม่เบา” เฒ่าชรานี้สุ้มเสียงเย่อหยิ่งจองหองถึงที่สุด ต่อหน้าขบวนใหญ่โตของจั่วม่อ ยังไม่มีทีท่าหวาดหวั่นแม้แต่น้อยค่ายจูเชวี่ยสามกองร้อยเตรียมการต่อสู้โดยไร้เสียง สามารถลงมือจู่โจมได้ทุกเมื่อ“ข้าขอเตือนอย่าขยับจะดีกว่า” นักพรตเฒ่าชุดเหลืองหัวร่อฮิฮะ “มิเช่นนั้นท่านบรรพชนผู้นี้จะทำให้เจ้ารู้สึก”จั่วม่อเหลือกตา ทุกวันนี้ผู้คนไฉนชมชอบพล่ามพิรี้พิไรถึงปานนี้?อย่างไรก็ตาม จั่วม่อยังไม่อยากสร้างปัญหาในทันทีที่มาถึงเมืองหมิงสุ่ย มันจ้องมองนักพรตเฒ่าชุดเหลือง “ท่านที่นับถือติดตามเรามาเป็นเวลานาน คงไม่ใช่แค่คิดสนทนาเท่านั้นกระมัง?”“ฮี่ฮี่ ทารกน้อยเจ้ามียุทธภัณฑ์เวทอยู่ชิ้นหนึ่งไม่ใช่หรือ ในเมื่อเจ้าไม่มีปัญญาใช้งาน ไฉนไม่กำนัลให้แก่ท่านบรรพชนผู้นี้สักครา?”จั่วม่อประหลาดใจอยู่บ้าง กล่าวว่า “ยุทธภัณฑ์เวท? ข้ามียุทธภัณฑ์เวทตั้งมากมาย ท่านที่นับถือหมายถึงชิ้นใด?”“เจ้ามีกองเศษเหล็กมากมายจริง มีสิ่งเดียวที่พอจะเรียกได้