่ยซานรู้สึกว่าพลังปราณในทรวงอกถูกกระแทกย้อนทาง โลหิตฉีดพุ่งออกจากปากเป็นฟูฝอยอย่างสุดระงับยับยั้ง“อย่าดิ้นรนเสียเปล่า!” พรตเฒ่าชุดเหลืองเขม้นมองเซี่ยซานอย่างเหยียดหยาม“ไร้ประโยชน์น่า ระหว่างเราแม้มีขีดคั่นเพียงเส้นสายใยเดียว แต่เป็นเส้นสายใยเดียวที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน”กล่าวจบคำ มันก็ไม่แยแสสนใจเซี่ยซานอีก หมุนร่างเดินตรงเข้าหาจั่วม่อ“ฮี่ฮี่ เจ้าไยต้องบังคับให้ท่านบรรพชนผู้นี้เปลืองเรี่ยวแรงลงมือ?” พรตเฒ่าเสื้อเหลืองแย้มยิ้มอย่างทระนง ยังคงเดินเข้าหาจั่วม่ออย่างเฉื่อยชา จากนั้นสะบัดมือตบหน้าจั่วม่อดังสนั่น แผดหัวร่อกระหึ่ม “ข้าผู้เป็นบรรพชนวันนี้นับว่าโชคดีโดยแท้ ต้องขอบคุณทารกน้อยเจ้าจริงๆ!”เหล่าซิวเจ่อค่ายจูเชวี่ยถลึงตามองอย่างเดือดดาลโกรธเกรี้ยว พยายามดิ้นรนโคจรพลังปราณของพวกมันอย้างบ้าคลั่ง!“พวกมันจงรักภักดีต่อเจ้าไม่น้อยจริงๆ!” พรตเฒ่าเสื้อเหลืองหัวร่อคิกคัก มือสะบัดวูบ ตบหน้าจั่วม่ออย่างถนัดถนี่อีกหนึ่งฝ่ามือ “แต่แล้วจะเป็นไร? ข้าจะตบเจ้าเสียอย่าง พวกมันมีปัญญาทำอะไรได้ ฮ่าฮ่า!”จั่วม่อข่มกลั้นความเจ็บปวด เค้นเสียงถามลอดไรฟัน “เจ้าล่วงรู้ได้อย่างไรว่าข้ามียุทธภัณฑ์เวทชิ้นนี้”พรตเฒ่าเสื้อเหลืองลำพองใจยิ่ง “ข้าจะชี้แนะทารกน้อยเช่นเจ้าเอาบุญสักครายุทธภัณฑ์เวทระดับหกขึ้นไปมีสติปัญญาหยั่งรู้ บรรพชนผู้นี้รู้เวทวิชาค้นหาร่องรอยของสติปัญญาที่ว่า”มันมองประเมินจั่วม่อจากศีรษะจรดเท้า ส