งเพียงนี้มาก่อน การต่อสู้กับบรรพชนฟ้ากระจ่างเกิดขึ้นกลางเวหา ให้ความรู้สึกแตกต่างจากยามนี้อย่างสิ้นเชิง ในสายตาของพวกมัน นักพรตเฒ่าชุดเหลืองร่างสูงใหญ่ดุจขุนเขา ส่วนพวกมันเล็กจ้อยไม่ต่างอันใดจากมดปลวก ไม่อาจสั่นคลอนขุนเขาประจันหน้าจินตันในระยะประชิดเช่นนี้ ลำพังแรงกดดันปราณอันน่าขนพองสยองเกล้า ก็เพียงพอจะข่มขวัญหนิงม่ายเกือบทั้งหมดจนสิ้นความคิดต่อสู้“ฮี่ ข้าไม่ทันสังเกตว่าเจ้าพอมีความสามารถอยู่บ้าง!” พรตเฒ่าเสื้อเหลืองดวงตาทอแววประหลาดใจวูบ จากนั้นหัวร่อเยาะหยัน “น่าเสียดายที่เบื้องหน้าท่านบรรพชนผู้นี้ ยังคงขาดพร่องไปมาก!”นักพรตชราดวงตาพลันสาดประกายแข็งกล้าทุกผู้คนรู้สึกว่าร่างกายถูกกดลงกับพื้นอย่างฉับพลัน ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวพวกมันกระทั่งยกแขนยังทำไม่ได้ แต่ละคนใบหน้าแตกตื่นตะลึงลานนี่คือ…พลังปฐพี!“เจ้า… …” จั่วม่อถลึงตามองอย่างขุ่นแค้น แต่ร่างกายไม่อาจกระดิกแม้แต่น้อยมันในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายไฉนพอเอ่ยปากก็เรียกร้องแผ่นจานดินนภาเก้าแปลง!คนผู้นี้ที่แท้ฝึกปรือเวทวิชาสายธาตุดิน!นี่มัน … …เป็นเวทวิชาธาตุดินอันใดจึงร้ายกาจถึงเพียงนี้!เซี่ยซานแค่นเสียงหนักๆ ฝืนเร่งเร้าพลังปราณไม่คิดชีวิต เพื่อใช้เพลงกระบี่ของมัน“น่าสนใจอยู่บ้าง ดูเหมือนเจ้าห่างจากจินตันอีกเพียงครึ่งก้าวเท่านั้น” พรตเฒ่าชุดเหลืองเผยสีหน้าแปลกใจอีกครั้ง แต่มันหาได้มือไม้อ่อนไม่ “น่าเสียดายที่เจ้าโชคไม่ดี”ปังเซี