จั่วม่อนั่งอยู่บนก้อนหินบนยอดเขา จันทราสาดแสงอยู่เหนือศีรษะ อากุ่ยนั่งเงียบงันอยู่ข้างกายกงซุนชาเดินเข้ามา มองมันแวบหนึ่ง แล้วเพียงแย้มยิ้มจางๆ“เจ้ายิ้มอันใด?” จั่วม่อสะบัดเสียงอย่างขุ่นมัว จากนั้นถามว่า “ศิษย์น้องเฉิงอยู่ที่ใด?”“มันยังคงจมอยู่กับการค้นคว้าสัตว์ปราณของมัน เห็นบอกว่ากำลังอยู่ในช่วงสำคัญ” กงซุนชามองหาก้อนหินด้านข้างจั่วม่อ ทรุดลงนั่ง บิดกายอย่างเกียจคร้าน “ในที่สุดก็ได้พักเสียที ในอาณาจักรขุนเขาน้อย ข้าไม่เคยได้หลับสบายแม้แต่คืนเดียว”“ข้านึกว่าคนบ้าสงครามย่างเจ้าไม่จำเป็นต้องพักเสียอีก” จั่วม่อชายตามองพลางกล่าวแดกดัน“อ้อ นั่นเป็นเพราะข้าเพิ่งจะเริ่มต้น จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ” กงซุนชายิ้มขวยเขินจั่วม่อทำท่าขยักขย้อน“ท่านไฉนปล่อยพวกมันจากไป” กงซุนชาสุ้มเสียงกลายเป็นจริงจังจั่วม่อเหลือกตา “ข้าไม่สามารถเลี้ยงดูพวกมันได้ เจ้าทราบหรือไม่ว่าการที่ต้องหาเลี้ยงดูคนเหล่้านี้กดดันปานใด? โอ้ ในอาณาจักรขุนเขาน้อยเรายังสามารถปล้นชิงแต่วิธีนี้ใช้ที่อื่นไม่ได้แล้ว เมื่อไม่ได้ดูแลหาเลี้ยงในบ้าน เจ้าไม่มีทางรู้ว่าอาหารแพงเท่าใด ไม่ต้องกล่าวถึงอื่นใด ทราบหรือไม่ว่าค่ายจูเชวี่ยวันๆ หนึ่งต้องสิ้นเปลืองมากเท่าใด จะอย่างไรเคยร่วมเป็นร่วมตายกันมา มิสู้อำลาจากกันด้วยดีไม่ดีกว่าหรือ”เรื่องค่าใช้จ่ายของค่ายจูเชวี่ย กงซุนชาย่อมเป็นคนหนึ่งที่รู้ดีมากที่สุด คิดเลี้ยงดูทุกผู้คนเอาไว้ แน่นอนว่าไม่ตร