จ้องจั่วม่อเขม็ง ไม่กล่าววาจาหลังจากนั้นสักครู่ จั่วม่อสุดท้ายไม่สามารถยับยั้งตัวเอง “ผู เจ้าไม่อาจกลับคำได้!” กระบวนท่าดรรชนีของมันแปรเปลี่ยนอย่างฉับพลัน “ลองชมดู ข้าใช้เวทวิชาแสงเจิดจรัสเป็นรากฐาน จากนั้นใช้เวทวิชาพฤกษาปราณกับเวทวิชาอัคคีดำ เพื่อให้ธาตุไม้ให้กำเนิดไฟ แล้วข้าก็ใช้เวทวิชาผลึกดำเชื่อมโยงเข้าไป เพื่อสร้างภาพพยัคฆ์หางเพลิง ดุร้ายและมีความสามารถในการโจมตีสูง!”เบื้องหน้ามัน ค่ายกลดูคล้ายพยัคฆ์อันดุดัน หางยาวเป็นเปลวไฟ โบกสะบัดอยู่กลางอากาศ แผ่กลิ่นอายเย็นเยียบไร้ปราณีออกมา
เกาเจี้ยนถิงพอเห็นภาพเหล่านี้นี้ อดสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บไม่ได้ บุรุษหนุ่มเพียงกรีดดรรชนีไม่กี่ครา เวทวิชาสารพัดชนิดก็เทลงมาดุจห่าพิรุณ แทบจะก่อเกิดค่ายกลในชั่วพริบตานี่มันเคล็ดวิชาดรรชนีอันใด?ด้วยพลังบำเพ็ญเพียรและสายตาอันแหลมคมของนาง เกาเจี้ยนถิงสามารถเห็นทุกการเคลื่อนไหวของจั่วม่อได้ชัดตา แต่เมื่อท่วงท่าทั้งหมดเชื่อมต่อเข้ารวมกัน นางก็ไม่มีปัญญาเข้าใจแล้ว แต่พลังสภาวะของค่ายกลพยัคฆ์หางเพลิงอันดุร้ายแข็งกร้าวพัดเข้าปะทะใบหน้านางอย่างชัดเจนเคล็ดวิชาอันเหลือเชื่อถึงเพียงนี้ นางไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนในความเห็นของนาง บุรุษหนุ่มที่นั่งอยู่บนดาดฟ้าเรือทันใดนั้นกลายเป็นทั้งลึกล้ าและลี้ลับ ใช่เป็นสาย์ของสำนักใหญ่บางแห่งที่ผ่านทางมาหรือไม่?นี่คือการเดาที่สมเหตุสมผลที่สุดเท่าที่นางจะนึกได้ผู้นำสูงสุดของฝ