่ายอื่นๆ ในเวลานี้ล้วนมีสีหน้าหนักอึ้งกระบวนท่าของจั่วม่อวิจิตรงดงามและน่าอัศจรรย์ใจ บันดาลให้ทุกผู้คนตะลึงลานแม้ว่าพวกมันไม่ล่วงรู้ ว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้ไฉนจู่ๆ สำแดงฝีมือออกมาให้ผู้คนชมดูแต่ในกลุ่มแหล่านี้อดวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงไม่ได้“เจ้าไฉนล่วงรู้ศาสตร์อัญเชิญปาฏิหาริย์?” ผูเยายังคงไม่ละสายตาจากจั่วม่อเค้นเสียงถามออกมาทีละคำ“แล้วศาสตร์อัญเชิญปาฏิหาริย์คือสิ่งใดกันเล่า?” จั่วม่อถามอย่างกระหายใคร่รู้ผูเยาจ้องจั่วม่ออย่างค้นหา ผ่านไปครึ่งค่อนวันค่อยเอ่ยปาก “เช่นนั้นเจ้าควบคุมเวทวิชาเหล่านี้ได้อย่างไร?”“พลังจิตสำนึก!” จั่วม่อมองผูเยาด้วยสายตาแปลกๆ “แน่นอนว่าต้องเป็นพลังจิตสำนึกอยู่แล้ว นี่ง่ายจะตายไป! ดู”ดรรชนีของมันสะบัดวูบ เส้นสายเปลวเพลิงเส้นหนึ่งลอยอยู่ตรงหน้า ไม่เห็นมันทำอะไร เส้นใยเปลวเพลิงสายนั้นคล้ายถูกพลังที่มองไม่เห็นฉุดดึง หมุนคว้างเป้นวงกลมรอบกายจั่วม่อ“อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้?” จั่วม่อยิ่งรู้สึกว่าแปลกประหลาดสิ้นดี “เป็นไปไม่ได้!วิชาดรรชนีง่ายๆ เช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เหล่าอสูรล้วนฝึกปรือกันอยู่แล้วหรอกหรือ?”“เจ้าสามารถควบคุมได้กี่เส้น?” ผูเยาแทนที่จะตอบ กลับถามต่อเนื่อง“มากมาย!” ไม่ต้องเสียเวลากล่าวอีก จั่วม่อกรีดวาดดรรชนีไม่หยุดยั้ง เส้นใยเปลวเพลิงล่องลอยอยู่กลางอากาศ ภายในระยะเวลาอึดใจสั้นๆ มีเปลวไฟมากกว่าหนึ่งร้อยสายล่องลอยอยู่รอบกายมัน จิตสำนึกของจั่วม่อเคลื่อนตาม คว