านี้เองเกาเจี้ยนถิงกับบรรดาซิวเจ่อเจ้าถิ่นล้วนสังเกตเห็นสายตาของฝ่ายตรงข้าม พากันหันมองตามไปโดยไม่รู้ตัว เวลานี้สายตาของทุกผู้คน ไม่ว่าฝ่ายใด ล้วนมองไปยังบุรุษหนุ่มที่นั่งอยู่บนดาดฟ้าเรือขนส่งทาสลำหน้าสุดเป็นตาเดียวปากทางเข้าแม่น้ าอาณาจักรอันใหญ่โตเงียบสงัดเสมือนตายที่ศูนย์กลางของความสนใจทั้งมวล จั่วม่อไม่ได้รู้สึกตัวแม้แต่น้อย มันกำลังโต้เถียงกับผูเยาอย่างเอาเป็นเอาตาย“นี่คือสิ่งที่เจ้าคิด? ฮ่า ไร้สาระ!” ผูเยาถากถางไม่ไว้หน้า “ข้าหลงนึกว่าเจ้ามีฝีมืออยู่ท่าสองท่า แต่ที่ไหนได้ ใช้เวลาไปทั้งเดือน เพียงโยนสิ่งที่ห่างไกลจากความเป็นจริงเยี่ยงนี้ออกมาเท่านั้นเอง?”“สิ่งที่ห่างไกลจากความเป็นจริง? เจ้าตัวประหลาดเฒ่าที่ตายมาเป็นพันปี เจ้าก็เหมือนป้ายศิลาบัดซบนั่น กระทั่งจิตวิญญาณของเจ้าก็ถูกสนิมกินไปหมดแล้วแน่นอนว่าสิ่งที่ก้าวหน้าล้ ายุคเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ตาเฒ่าอย่างเจ้าจะเข้าใจได้!” จั่วม่อตอบโต้อย่างเผ็ดร้อน“อย่าเอาข้าไปรวมกับเจ้าผู้นั้น!” ผูเยาโมโหโทโส “ข้าคืออสูรฟ้าผู้สูงส่ง… …”“อสูรฟ้าแล้วเป็นไร?” จั่วม่อเหลือบมองด้วยหางตา กล่าวดูหมิ่นเหยียดหยาม“ตกยุคล้าสมัยก็คือตกยุคล้าสมัย”ผูเยากลับแย้มยิ้ม ตอบโต้อย่างเยือกเย็นว่า “ความคิดของเจ้าไม่เหมือนใครก็จริง แต่ประสบการณ์บำเพ็ญเพียรของเจ้าน้อยเกินไป เจ้าย่อมเข้าใจความยากลำบากของสิ่งนี้ได้อย่างชัดเจน หากเจ้าอยู่ในด่านจินตัน อาจสามารถใช้วิถีทา