่วม่อจู่ๆ ก็คลุ้มคลั่ง ดวงตาแดงฉานด้วยเส้นเลือด ผูเยาถึงกับอ้าปากค้างเหม่อมองอย่างโง่งมอยู่กับที่!เจ้าบ้า…เจ้าบ้านี่กล้ากระทืบ ‘มัน’… …สวรรค์ของข้า… …ไม่ทราบว่านานเท่าใด ผูเยาค่อยตั้งสติได้ พอเห็นป้ายศิลาสุสานถูกกระหน่ าไม่ยั้งจนแทบพลิกคว่ าคะมำหงาย ผูเยาถึงกับหน้าซีดเผือดในบัดดล“เจ้า… …”แค่อ้าปาก เอ่ยออกมาได้เพียงคำเดียว จั่วม่อก็หยุดกึก หันขวับมามอง บนใบหน้ามืดมนและดุร้ายเป็นดวงตาแดงฉานที่เปี่ยมล้นด้วยรังสีอำมหิตผูเยาหุบปากฉับ กลืนน้ าลายอย่างฝืดคอ มันรู้สึกคล้ายถูกสัตว์ร้ายหมายหัวหากมันเดินผิดพลาดสักเล็กน้อย จั่วม่อจะกระโจนเข้าแว้งกัดมันด้วย ผูเยาลำคอเกร็งแน่น เมื่อวาจาหลุดออกจากปาก กลับกลายเป็นว่า “มีเรื่องใดค่อยๆ พูดค่อยๆ จา ……มีอันเรื่องค่อยๆ พูดค่อยๆ จา … …”จั่วม่อสะบัดใบหน้าดำเหมือนก้นหม้อของมันกลับไป ยกเท้าขึ้นอีกครั้งปัง ปัง ปัง!หลังจากเหยียบย่ าอย่างโหดร้ายจนสาแก่ใจ มันหยุดเท้าลงในที่สุด ก่อนจากไปยังไม่ลืมสำทับว่า “เจ้าปัญญาอ่อน เกอบอกเจ้า! หากเจ้ากล้าวางแผนกับเกออีก เกอจะเชือดเจ้าทิ้ง!”กล่าวจบคำ ในที่สุดค่อยพึงพอใจ ออกจากทะเลแห่งจิตสำนึกไปผูเยาเหม่อมองป้ายศิลาสุสานอย่างซึมเซา เห็นบนพื้นผิวสีดำมันวาวของป้ายศิลา ปกคลุมไปด้วยรอยเท้าจนแทบไม่มีพื้นที่ว่างหลังจากผ่านไปเนิ่นนาน ผูเยาทันใดนั้นระเบิดเสียงหัวร่องอหาย หัวร่อเสียจนลงไปนอนดิ้นอยู่กับพื้น“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! นี่คือคนที่เจ้